ด้านสาธารณประโยชน์

หน้าที่ประการหนึ่งของบริษัท คือจะต้องสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน และธำรงไว้ซึ่งสถาบัน พระมหากษัตริย์ รวมทั้งในภาวะที่เกิดภัยพิบัติในทุกๆ ครั้งๆ ซีพีเอฟยังได้เข้าไปช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน เพื่อลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังมีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ อาหารในราคาพิเศษ เพื่อลดทอนผลกระทบของผู้บริโภคอันเนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ซีพีเอฟ ยังมุ่งเน้นที่จะตอบแทนประเทศชาติและสังคมไทยต่อไป ซึ่งกิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่ดำเนินการ อาทิ:

  • การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยยามเกิดภัยพิบัติ
    ในยามที่คนไทยต้องประสบภัยพิบัติ เช่น สึนามิ อุทกภัย หรือภัยธรรมชาติร้ายแรงอื่นๆ ซีพีเอฟในฐานะผู้ผลิต อาหารของโลก ได้นำอาหารเข้าไช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยความเต็มใจและด้วยความรวดเร็ว ด้วยความพร้อม ด้านสำนักงานสาขาที่มีอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยพิบัติ ครั้งที่ร้ายแรงที่สุด คือ เหตุการณ์สึนามิ เมื่อปี 2547 ซีพีเอฟได้นำอาหารเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน และถือเป็นรายแรก ที่เข้าไปถึงพื้นที่ประสบภัย โดยมีมูลค่ารวมกว่า 15 ล้านบาท รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือในเหตุการณ์ อุทกภัยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อุทกภัยใน จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และอุทกภัยในภาคเหนือ รวมถึง เหตุการณ์ภัยพิบัตินาร์กีสในพม่า ซีพีเอฟได้นำอาหารและสิ่งจำเป็นเข้าช่วยเหลือ จนถึงช่วงของการฟื้นฟูบ้านเมือง นับรวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท 

    อกจากนี้ ในมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมา “กลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์เคียงข้างคน  ไทยช่วยภัยน้ำท่วม” ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุอุทกภัยเป็นต้นมา ด้วยการสนับสนุนน เงินช่วยเหลือผ่านนายกรัฐมนตรี จำนวน 30 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้มอบผลิตภัณฑ์และถุงยังชีพจำนวนจำ 50,000 ชุด มูลค่า 20 ล้านบาท ผ่านองค์กรต่างๆ อาทิ กระทรวงมหาดไทย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ครัวสายใยรักแห่งครอบครัวฯ กาชาดจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบล และสื่อมวลชน นอกจากนั้น ยังทำการตั้งเต้นท์โรงครัว โดย“มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรม ราชูปถัมภ์ร่วมกับกลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์” จัดพระราชทานอาหารให้กับผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 14 จุด ครอบคลุมพิ้นที่ 13 จังหวัดที่ประสบภัย ได้แก่ อยุธยา นครสวรรค์ พิจิตร อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สระบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม และกรุงเทพมหานคร ด้วยการปรุงอาหารสดใหม่ทุกวัน วันละ 3 มื้อ แจกจ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกๆพื้นที่ โดยมีพนักงานซีพีเอฟจิตอาสาเป็นกำลังหลักในการให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้ ได้ปรุงอาหารรวมทั้งสิ้น 3,181,437 กล่อง คิดเป็นมูลค่ากว่า 110 ล้านบาท โดย ได้ดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งสถานการณ์คลี่คลาย นอกจากนี้ กล่มบริษัททรูยังช่วยเหลืออีก 40 ล้านบาท กล่มซีพีออลล์ช่วยเหลือ 25 ล้านบาท และกล่มการค้าระหว่างประเทศช่วยเหลืออีก 5 ล้านบาท ...รวมมูลค่าที่กลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัฑ์ช่วยเหลือทั้งสิ้นกว่า 200 ล้านบาท

    ทั้งนี้ ภายหลังจากที่สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย บริษัทตระหนักถึงความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชน และเล็งเห็นถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจครัวเรือน จึงร่วมพลิกฟื้นคืนสุขให้กับประชาชน โดยจัด "โครงการซีพีเอฟเคียงข้างคนไทย ช่วยผุ้ประสบภัยลดค่าครองชีพ" ใน 8 จังหวัดที่เคยประสบอุทกภัยที่ซีพีเอฟได้ตั้งเต้นท์โรงครัว ได้แก่ กรุงเทพมหานคร อยุธยา ลพบุรี นครสวรรค์ นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี และพิจิตร รวมถึงจังหวัดภาคใต้ ที่ประสบปัญหาอุทกภัยเช่นกัน ได้แก่ จังหวัดชุมพร โดยนำหลากหลายผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพดีของเครือซีพี และซีพีเอฟในราคาต่ำกว่าปกติเฉลี่ยที่ 30-50% ไปจำหน่าย เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประสบภัย

    ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟได้ดำเนินโครงการ "กล่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยประธานธนินท์ เจียรวนนท์ เคียงข้างคนไทยช่วยภัยหนาว" อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2553 โดยได้มอบผ้าห่มจำนวน 150,000 ผืนมูลบค่า 32 ล้านบาท แก่พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยหนาวใน 30 จังหวัด

    นอกจากนี้ ซีพีเอฟได้ริเริ่มโครงการ "ซีพีคืนสุข สู่ผุ้สูงวัย" เพื่อช่วยเหลือผุ้สูงอายุหรือผู้พิการที่มีฐานะยากจนที่อาศัยอยู่ในชุมชนรอบฟาร์มและโรงงานของซีพีเอฟ โดยการมอบเงินและปัจจัย 4 ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เป็นมูลค่ารวม 2,000 บาทต่อเดือนเป็นประจำทุกเดือน ปัจจุบันโครงการนี้ช่วยเหลือให้ผุ้สูงอายุมีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้นแล้วร่วม 600 คน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 15 ล้านบาท
  • การสนับสนุนกิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาชนบทของนิสิต นักศึกษา ซีพีเอฟให้การสนับสนุนการออกค่ายอาสาพัฒนาชนบทของนิสิตนักศึกษาจากหลายสถาบัน อาทิ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฯลฯ และยังให้ การสนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารในวันเด็กแห่งชาติ แก่สถาบันหรือชุมชนต่างๆ โดยให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี มาตลอด ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบัน
  • คาราวานสินค้าซีพีลดค่าครองชีพประชาชน จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ ทำให้ค่าครองชีพประชาชนสูงขึ้น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นับเป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนคนไทยต้องเดือดร้อน ซีพีเอฟในฐานะผู้ผลิตอาหาร จึงจัดกิจกรรมสินค้าซีพีลดค่าครองชีพประชาชน ภายใต้แนวคิดเครือซีพียืนเคียงข้างประชาชน สู้ภัยเศรษฐกิจ โดยภายในงานจะประกอบด้วยการยกขบวนสินค้าคุณภาพมาตรฐานปลอดภัย ในเครือเจริญโภคภัณฑ์กว่า 100 รายการมาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน ทั้งผลิตภัณฑ์อาหารสด ตลอดจนผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปพร้อมรับประทาน และอื่นๆอีกมากมาย นอกจากนี้ยังเปิดให้บริการฟรีในส่วนของบูธต่างๆ ทั้งบูธให้บริการตรวจสุขภาพ บูธรับสมัครเข้าทำงานกับซีพีเอฟ บูธรับสมัครร่วมธุรกิจกับซีพีเอฟ คลินิคเกษตรกรบริการให้คำปรึกษาด้านการเลี้ยงสัตว์ และบริการฝึกอาชีพ เป็นต้น ทั้งนี้ ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนโดยร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดทั่วประเทศ โดยผลที่ได้รับนั้นสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในประเทศได้เป็นอย่างมาก

  • บริจาคเงินสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐบาลในการบรรเทาทุกข์ประชาชน ซีพีเอฟให้การสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐบาล และองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ ในการช่วยลดภาระและบรรเทาทุกข์ประชาชนมาอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปัจจุบัน อาทิ
    - มอบเงินจำนวน 10 ล้านบาท ให้กับมูลนิธิรามาธิบดี เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
    - มอบเงินจำนวน 5 ล้านบาท ในงาน 60 ปี โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช แพทย์ทหารอากาศ ในการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์
    - มอบเงิน ให้กับโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ มาอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น