ในปี 2550 ที่ผ่านมา ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบ ต่อธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ได้แก่ ระดับราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์สูงขึ้น อันเป็นผลทางอ้อมมาจากความต้องการใช้พลังงานทดแทนที่สูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งทำให้มีความต้องการใช้ผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตอาหารสัตว์ ไปใช้ในการผลิตพลังงานทดแทนมากขึ้น ประกอบกับการกีดกันทางการค้าจากประเทศนำเข้ายังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ด้วยผลกระทบส่วนหนึ่งจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยของประเทศสหรัฐอเมริกา  
 
ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ได้มีผลทำให้กิจการในประเทศไทยของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มียอดขายในปี 2550 จำนวน 112,905 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 3 จากปี 2549 น้อยกว่าเป้าหมายที่ได้วางไว้ นอกจากนั้น จากการที่ระดับราคาเฉลี่ยของสินค้าเนื้อสัตว์ที่จำหน่ายในประเทศไทยอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปี 2549 ทำให้ในปี 2550 กิจการในประเทศไทยของกลุ่มบริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานจำนวน 1,239 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 71 จากปีก่อน 

สำหรับกิจการในต่างประเทศของกลุ่มบริษัทซึ่งอยู่ในประเทศตุรกี ประเทศอินเดีย ประเทศมาเลเซีย และประเทศจีน ได้มีผลการดำเนินงานที่เติบโตขึ้น จากยุทธศาสตร์ในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทที่ได้วางไว้สอดคล้องกับศักยภาพของประเทศต่างๆ เหล่านั้น ประกอบกับในประเทศตุรกีมีการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมไก่เนื้อจากวิกฤตโรคระบาดไข้หวัดนกในปี 2548 ทำให้ยอดขายจากกิจการในส่วนนี้ของกลุ่มบริษัทที่มีจำนวน 21,904 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 42 จากปี 2549 และมีกำไรจากการดำเนินงานจำนวน 1,640 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1,722 จากปีก่อน จากการเติบโตของยอดขายที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น  

ด้วยผลประกอบการของทั้งสองกิจการข้างต้น ทำให้โดยภาพรวมกลุ่มบริษัทมียอดขายรวมจำนวน 134,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากปี 2549 มีกำไรจากการดำเนินงานรวมจำนวน 2,879 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 34 จากปี 2549 และมีกำไรสุทธิรวมจำนวน 1,275 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 49 จากปี 2549



ในเดือนตุลาคม 2550 บริษัทได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2550 จำนวน 6,000 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระคืนเงินกู้ยืมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท ซึ่งหุ้นกู้ดังกล่าว แบ่งเป็น 2 ชุด โดยชุดที่ 1 มีจำนวน 3,500 ล้านบาท อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่เท่ากับร้อยละ 4.25 ต่อปี และชุดที่ 2 มีจำนวน 2,500 ล้านบาท อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่เท่ากับร้อยละ 4.90 ต่อปี 

ในปี 2550 บริษัทได้มีการจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในประเทศจีน และประเทศฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ บริษัทย่อยในต่างประเทศยังได้มีการเข้าซื้อกิจการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารในประเทศอังกฤษเพื่อรองรับกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจส่งออกไปยังกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปด้วย 



สำหรับกิจการในประเทศไทยนั้น จากนโยบายการควบคุมราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ในช่วงต้นปี 2551 และสินค้าส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทเป็นสินค้าที่อยู่ในรายการที่ถูกควบคุมราคา ในขณะที่ต้นทุนการผลิตยังมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นต่อไป อันเป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งแม้ว่าบริษัทและกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวจะมีการเจรจากับภาครัฐเพื่อขอปรับราคาสินค้า แต่ก็ไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าจะได้รับการอนุมัติเมื่อใด ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากนโยบายการควบคุมราคาของภาครัฐ การลงทุนในธุรกิจของกิจการในประเทศไทยของกลุ่มบริษัทจึงจำกัดตามความจำเป็นและสมควร และเน้นการลงทุนขยายงานของกิจการในต่างประเทศแทน ทั้งในประเทศที่มีการลงทุนอยู่แล้ว และประเทศที่มีศักยภาพและโอกาสในเชิงธุรกิจของประเทศเหล่านั้นที่มีแนวโน้มการขยายตัวที่ดี เช่น ประเทศยูเครน เป็นต้น 

 สำหรับการส่งออกผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์นั้น กลุ่มบริษัทคาดว่าน่าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2550 จากความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัยของประเทศผู้นำเข้าต่างๆ ซึ่งให้ความเชื่อถือกับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัท 

 อย่างไรก็ตาม ในปี 2551 นี้ คาดว่า การกีดกันทางการค้าที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ภาวะต้นทุนในการเลี้ยงสัตว์และการผลิตยังคงมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่คาดว่าน่าจะอยู่ในระดับที่สูงกว่าปี 2550 ประกอบกับการคาดการณ์ว่าค่าเงินบาทอาจจะแข็งค่าขึ้นจากปี 2550 ทำให้ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับปัจจัยต่างๆ ที่จะมีผลกระทบต่อการดำเนินงานดังกล่าวข้างต้น กลุ่มบริษัทได้มีแผนงานอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิตให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการวิจัยและพัฒนาในด้านต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัท และเพื่อลดต้นทุนการผลิต อาทิ การผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากน้ำมันที่ใช้แล้วจากกระบวนการผลิต การผลิตก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์ เป็นต้น  

นอกจากนั้น การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาศักยภาพของส่วนงานสนับสนุนต่างๆ และการมีความรับผิดชอบต่อสังคม ยังคงเป็นแผนงานระยะยาวที่กลุ่มบริษัทยังคงมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กลุ่มบริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายในการเติบโตอย่างยั่งยืนได้ และก้าวขึ้นเป็นบริษัทเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารในเวทีโลก   

และท้ายที่สุด ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนอันจะทำให้มีผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างเหมาะสม กลุ่มบริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญในการมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ผู้บริหารและพนักงานทุกคนจะมุ่งมั่นดำเนินงานด้วยแนวคิดที่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร และมุ่งมั่นพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์การเป็น “ครัวของโลก” ดังที่ได้ตั้งใจไว้

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทขอขอบคุณผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ทุกท่านที่ให้การไว้วางใจและเสนอแนะสิ่งที่เป็นประโยชน์เสมอมา และขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนด้านการค้า และสถาบันการเงินต่างๆ ที่ให้ความเชื่อถือและไว้วางใจที่ดีมาโดยตลอด โดยกลุ่มบริษัทหวังว่าจะยังคงได้รับการสนับสนุนที่ดีเช่นนี้ต่อไป