 |
| ประวัติความเป็นมาและพัฒนาการที่สำคัญที่กล่าวถึงในส่วนนี้ เป็นพัฒนาการที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ และการลงทุนของบริษัทที่สำคัญโดยสรุป |
| |
 |
- จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด ในนาม “บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหารสัตว์ จำกัด” เพื่อผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ในเขตภาคใต้ของประเทศไทย
|
 |
- เริ่มดำเนินธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ ประเภทสัตว์บก โดยมีเป้าหมายที่จะดำเนินธุรกิจ ในลักษณะครบวงจรมากขึ้น
- จดทะเบียนหุ้นสามัญเป็นหลักทรัพย์ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แ์ห่งประเทศ ไทยภายใต้ชื่อย่อว่า “CPF”
|
 |
- เริ่มดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้า้นการผลิตและจำหน่า่ยอาหารกุ้ง การทำฟาร์มเลี้ยงกุ้ง และการแปรรูปกุ้งเพื่อการส่งออก
|
 |
- แปรสภาพเป็น “บริษัทมหาชนจำกัด” และเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ อาหารสัตว์ จำกัด (มหาชน)”
|
 |
- เข้าซื้อหุ้นสามัญในบริษัทมหาชนที่ดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในประเทศไทย เข้ามาอยู่ภายใต้การบริหารงานของซีพีเอฟ
|
 |
- เข้าซื้อหุ้นสามัญในบริษัทจำกัดที่ดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารของเครือเจริญโภคภัณฑ์จำนวน 9 แห่ง ซึ่งภายใต้โครงสร้างใหม่จากการลงทุนในปี 2541 และการลงทุนครั้งนี้ ทำให้กลุ่มบริษัทซีพีเอฟมีการดำเนินธุรกิจครอบคลุมไปทั่วทุกภาคของประเทศ โดยแบ่งเป็น 2 ธุรกิจหลักคือ ธุรกิจสัตว์บก และธุรกิจสัตว์น้ำ ซึ่งทั้ง 2 ธุรกิจนี้มีการดำเนินงานในลักษณะครบวงจร โดยเริ่มจากการสรรหาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ การผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ การเพาะพันธุ์สัตว์ การแปรรูป เนื้อสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ และการผลิตสินค้าอาหารจากเนื้อสัตว์เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกลุ่มบริษัทซีพีเอฟที่ประสงค์ที่จะผลิตอาหารที่มีคุณภาพสู่ตลาดทั่วโลก จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)”
|
 |
- เปลี่ยนแปลงนโยบายการจ่า่ยเงินปันผลเป็นการจ่า่ยปันผลปีละ 4 ครั้ง
|
 |
- เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นสามัญที่ตราไว้จากเดิมหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นละ 1 บาท
- จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ Aqua Beauty, Inc. เพื่อนำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ อาหารทะเลในประเทศสหรัฐอเมริกา
|
 |
- จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่จำนวน 6 บริษัท โดยซีพีเอฟถือหุ้นทางตรงและทางอ้อม ร้อยละ 99.99 ดังนี้
- C.P. Aquaculture (Beihai) Co., Ltd. เพื่อดำเนินธุรกิจสัตว์น้ำในประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน
- C.P. Food Product (Shanghai) Co., Ltd. เพื่อดำเนินธุรกิจร้า้้นอาหารไทย ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
- CPF Europe S.A. เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าประเภท เนื้อสัตว์แปรรูปและผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปในกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป
- บริษัท ซีพีเอฟ ไอทีเซ็นเตอร์ จำกัด เพื่อให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้แก่กลุ่มบริษัทซีพีเอฟเป็นหลัก
- บริษัท ซีพีเอฟ เทรนนิ่งเซ็นเตอร์ จำกัด เพื่อให้บริการด้านการฝึกอบรมให้แก่ พนักงานของกลุ่มบริษัทซีพีเอฟเป็นหลัก
- เข้าร่วมลงทุนใน CP FOODS (UK) Limited กับนักธุรกิจชาวอังกฤษ เพื่อดำเนินธุรกิจการนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าประเภทเนื้อสัตว์แปรรูปและผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปในสหราชอาณาจักร โดยซีพีเอฟถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วนร้อยละ 52.00
|
 |
- จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่จำนวน 4 บริษัท โดยซีพีเอฟถือหุ้นทางตรงและทางอ้อมใน สัดส่วนร้อยละ 99.99 ดังนี้
- CP Foods West, Inc. เพื่อนำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารในประเทศ สหรัฐอเมริกา
- บริษัท ยูนิเวอร์แซล ฟู้ด แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจค้าส่งและ ค้าปลีกผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป และธุรกิจอาหารจานด่วนในประเทศไทย
- บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็ท ฟู้ด จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป สำหรับสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย
- C.P. Aquaculture (Hainan) Co., Ltd. เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย อาหารสัตว์ ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ในประเทศสาธารณรัฐ ประชาชนจีน
- เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นโดยการเข้าซื้อหุ้นในหุ้นสามัญของบริษัท จันทบุรีฟาร์มเพาะ เลี้ยงสัตว์น้ำ จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจฟาร์มเลี้ยงกุ้งในประเทศไทย จากเดิมร้อยละ 18.00 เป็นร้อยละ 99.99
- เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นโดยการเข้า้ซื้อหุ้นใน C.P. Aquaculture (India) Private Limited ที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำ และฟาร์มเพาะพันธุ์ุสัตว์น้ำ ในประเทศอินเดีย จากเดิมร้อยละ 19.20 เป็นร้อยละ 31.70
- เข้า้ร่วมลงทุนกับ Aviagen, Inc. จัดตั้งบริษัท รอส บรีดเดอร์ส สยาม จำกัด เพื่อ ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่า่ยลูกไก่พ่อ แม่พันธุ์เุ์นื้อในประเทศไทย โดยซีพีเีอฟถือหุ้น ทางอ้อม ในสัดส่วนร้อยละ 49.99
|
 |
- เข้า้ลงทุนโดยบริษัทย่อยเพื่อซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วนร้อยละ 84.49 ของ C.P. Standart Gida Sanayi ve Ticaret A.S. ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอาหารสัตว์ และไก่ครบวงจร ในประเทศตุรกี
- จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่จำนวน 2 บริษัท ดังนี้
- CPF Tokyo Company Limited เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้า ประเภทเนื้อสัตว์แปรรูป และผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปในประเทศญี่ปุ่น โดย ซีพีเอฟ ถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วนร้อยละ 99.99
- เข้าร่วมลงทุนกับ Shrimp Improvement Systems, L.L.C. จัดตั้งบริษัท พัฒนาพันธุ์กุ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจเพาะฟักลูกกุ้งในประเทศไทย โดยซีพีเอฟถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51.00
- ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นซีพีเอฟ ครั้งที่ 1/2547 มีมติรับโอนกิจการแปรรูป สัตว์น้ำ จากบริษัทย่อย 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท ซีฟู้ดส์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด บริษัท กรุงเทพเพาะเลี้ยงกุ้ง จำกัด และบริษัท แกลง จำกัด เพื่อปรับโครงสร้างการดำเนิน ธุรกิจสายสัตว์น้ำ ซึ่งประกอบด้วย การผลิตอาหารสัตว์น้ำ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการแปรรูปให้เข้ามาอยู่ภายใต้บริษัทเดียว ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 1 ปี 2548
|
 |
- จัดตั้งบริษัทย่อยขึ้นใหม่จำนวน 3 บริษัท ดังนี้
- Calibre Nature (M) Sdn. Bhd. เพื่อการลงทุนในธุรกิจสายสัตว์น้ำในประเทศมาเลเซีย ซึ่งรวมถึง การผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำ ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และแปรรูปสัตว์น้ำโดยซีพีเอฟถือหุ้นร้อยละ 100.00
- บริษัท ซีพี-โยเนะคิว จำกัด เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ โดย ซีพีเอฟถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 80.50
- CPF Denmark A/S เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้าของกลุ่มบริษัท และแหล่งอื่นๆ เพื่อ นำไปจัดจำหน่ายในกลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวียและยุโรป โดยซีพีเอฟถือหุ้น ทางอ้อมในสัดส่วนร้อยละ 52.00
- เข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนใน Charoen Pokphand (India) Private Limited (CP India) โดยบริษัทย่อยเป็นผลให้สัดส่วนการถือหุ้น CP India เพิ่มจากร้อยละ 19.00 เป็น ร้อยละ 71.20 ทำให้ CP India มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของซีพีเอฟ
- รวมกิจการของบริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจอาหารครบวงจรในเขตกรุงเทพมหานคร โดยผู้โู้อน ได้แ้ก่ บริษัท ฟาร์ม กรุงเทพ จำกัด บริษัท ซี.พี. อุตสาหกรรมอาหาร ส่งออก จำกัด และบริษัท ซี.พี. ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด และผู้รับโอนกิจการได้แก่ บริษัท ซีพีเอฟ ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด
- ขายเงินลงทุนในหุ้นสามัญบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) (“MAKRO”) เป็นผลให้สัดส่วนการถือหุ้น MAKRO ลดลงจากร้อยละ 8.30 คงเหลือร้อยละ1.01
- เข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของ Star Feedmills (M) Sdn. Bhd. (“SFM”) โดยบริษัทย่อย เป็นผลให้ซีพีเอฟถือหุ้นทางอ้อมใน SFM ร้อยละ 100.00
- ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นซีพีเอฟ ครั้งที่ 1/2548 มีมติให้บริษัทย่อย ของซีพีเอฟ เข้าซื้อธุรกิจการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์จาก บริษัท ซี.พี. อินเตอร์ฟู้ด (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งการเข้าซื้อกิจการดังกล่าวแล้วเสร็จในเดือน มกราคม 2549
|
 |
- ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นซีพีเอฟ ครั้งที่ 1/2549 มีมติให้บริษัทย่อยของซีพีเอฟขายเงินลงทุนในหุ้นสามัญ LOTUS-CPF (PRC) Investment Co., Ltd. ทั้งหมดออกไป ซึ่งการขายหุ้นดังกล่าวแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2549
- จัดตั้งบริษัทย่อยขึ้นใหม่จำนวน 2 บริษัท ดังนี้
- Charoen Pokphand Foods (Overseas) LLC. เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตอาหาร สัตว์ และเลี้ยงสัตว์ในประเทศรัสเซีย โดยซีพีเอฟถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วนร้อยละ 99.99
- C.P. Laos Company Limited เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ และเลี้ยงสัตว์ ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยซีพีเอฟถือหุ้นทางอ้อม ในสัดส่วนร้อยละ 99.61
- เข้า้ซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของ Asia Aquaculture (M) Sdn. Bhd. (“AA”) โดยบริษัทย่อยเป็นผลให้ซีพีเอฟถือหุ้นทางอ้อมใน AA ร้อยละ 100.00
|
 |
- เปลี่ยนแปลงนโยบายการจ่ายเงินปันผลเป็นการจ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง
- จัดตั้งบริษัทย่อยขึ้นใหม่จำนวน 2 บริษัท ดังนี้
- C.P. Aquaculture (Dongfang) Co., Ltd. เพื่อดำเนินธุรกิจฟาร์มเพาะฟัก ลูกกุ้งในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยซีพีเอฟถือหุ้นทางตรงในสัดส่วนร้อยละ 100.00
- Charoen Pokphand Foods Philippines Corporation เพื่อดำเนินธุรกิจเพาะฟัก ลูกกุ้งในประเทศฟิลิปปินส์ โดยซีพีเอฟถือหุ้นทางตรงในสัดส่วนร้อยละ 100.00
- เข้าซื้อหุ้นสามัญของ C.P. Standart Gida Sanayi ve Ticaret A.S. (“CPS”) โดยบริษัทย่อย เป็นผลให้สัดส่วนการถือหุ้นใน CPS เพิ่มจากร้อยละ 92.64 เป็นร้อยละ 100.00
- เข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทอื่นจำนวน 11 บริษัท โดยบริษัทย่อย ส่งผลให้ซีพีเอฟถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วนร้อยละ 100.00 ในบริษัทดังต่อไปนี้
- Brothwood Ltd.
- Dalaman Ltd.
- Everton Ltd.
- Fethiye Ltd.
- Kaitaia Foods Ltd.
- Samui Foods Ltd.
- Uzumlu Ltd.
- Driscoll Foods Ltd.
- Gatley Foods Ltd.
- Niamh Foods Ltd.
- Whistler Foods Ltd.
|