Operations in Brief

Leading Agro-Industrial and Food Conglomerate

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (“บริษัท” หรือ “ซีพีเอฟ”) เป็นผู้นำในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารที่มีการดำเนินธุรกิจในลักษณะครบวงจรในภาคพื้นเอเซียแปซิฟิก การดำเนินธุรกิจของบริษัทครอบคลุมประเภทของสัตว์บกและสัตว์น้ำ โดยมีประเภทสัตว์หลัก ได้แก่ สุกร ไก่เนื้อ ไก่ไข่ เป็ด กุ้ง และ ปลา โดยกระบวนการผลิตครบวงจรนั้น เริ่มตั้งแต่ การผลิตอาหารสัตว์ การเพาะพันธ์สัตว์ การเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้า การแปรรูปเนื้อสัตว์ขั้นพื้นฐาน การผลิตสินค้าเนื้อสัตว์แปรรูปกึ่งปรุงสุกและปรุงสุก การผลิตผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปหรือผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน รวมถึงการดำเนินธุรกิจช่องทางการขายผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และอาหารในรูปแบบร้านค้าปลีก และร้านอาหาร
ดูทั้งหมด

บริษัทเป็นผู้นำและผู้บุกเบิกในการผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ในประเทศไทย ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลักที่สำคัญ ได้แก่ อาหารสุกร อาหารไก่ อาหารเป็ด อาหารกุ้ง และอาหารปลา บริษัทมีการผลิตอาหารสัตว์ทั้งในรูปหัวอาหารและอาหาร สำเร็จรูปชนิดผงและชนิดเม็ด มีโรงงานผลิตครอบคลุมทุกภาคของประเทศไทยจำหน่ายอาหารสัตว์ให้แก่เกษตรกรผู้ เลี้ยงสัตว์และฟาร์มเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่โดยตรงและผ่านตัวแทนจำหน่ายอาหารสัตว์ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ

สูตรอาหารสัตว์ของบริษัท เป็นไปตามโภชนาการที่สัตว์แต่ละประเภทและแต่ละอายุราชการ โดยควบคุมการผลิตทุก ขั้นตอนด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อให้ได้อาหารสัตว์ที่มีคุณภาพสม่ำเสมอและได้มาตรฐานตามที่กำหนด สินค้าอาหารสัตว์ของ บริษัทจึงมีคุณภาพสูง มีอัตราแลกเนื้อที่ดีสำหรับการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีต้นทุนการเลี้ยงที่ต่ำลง บริษัทจัด จำหน่ายอาหารสัตว์ภายใต้ตราสินค้า ซีพี ไฮโปรไวท์ ไฮโกร สตาร์ฟีด โนโว่ เซฟฟีด เอราวัณ ฮ๊อกโทนัล ซี.เอฟ. แอน - ไว - โปร มารีน ไฮเกร์ด เทอร์โบ ไฮแลค บลังก้า สตาร์เกท เซฟฟ์โฟ และ เซฟฟ์ฟีช

บริษัทมีหน่วยงานกลางในการจัดซื้อวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ โดยพืชผลทางการเกษตรหลักที่เป็น วัตถุดิบ ได้แก่ ข้าวโพด กากถั่วเหลือง ปลาป่น และแป้งสาลี เป็นต้น บริษัทไม่มีนโยบายในการจัดซื้อวัตถุดิบ จากผู้ขายรายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะโดยในการจัดซื้อจะคำนึงถึงหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่แหล่งที่มา และคุณภาพของวัตถุดิบ ความสอดคล้องด้านนโยบายในการดำเนินธุรกิจทางสังคมและสิ่งแวดล้อม และต้นทุนที่ สามารถแข่งขันได้ในอุตสาหกรรม โดยหน่วยงานจัดซื้อวัตถุดิบกลางจะเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลใน ท้องถิ่นและต่างประเทศ อีกทั้งบริษัทมีนโยบายให้จัดซื้อวัตถุดิบจากแหล่งผลิตในประเทศเป็นลำดับแรกโดย เฉพาะในบริเวณท้องที่ที่โรงงานอาหารสัตว์ตั้งอยู่ เพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกรภายในท้องถิ่นและประหยัดใน เรื่องต้นทุนการขนส่ง และหากปริมาณที่จัดซื้อในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในการผลิต ไม่ว่าจาก ปริมาณผลผลิตไม่เพียงพอ หรือคุณภาพไม่ได้ตามมาตรฐานจึงจะมีการนำเข้าจากต่างประเทศ

บริษัทให้ความสำคัญกับนวัตกรรมในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเพื่อพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้มาซึ่ง ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัยและมีต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้ในอุตสาหกรรม โดยมีการตรวจสอบคุณภาพของ กระบวนการผลิตทุกขั้นตอนอันรวมถึงการตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิต โรงงานอาหารสัตว์มีห้องปฏิบัติ การและอุปกรณ์ตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบก่อนนำเข้าสู่กระบวนการผลิต ในขณะเดียวกันบริษัทมีทีมงานที่ช่วยสนับสนุนความ สำเร็จในการเลี้ยงสัตว์ให้กับลูกค้า โดยให้ความรู้ด้านวิชาการทางโภชนาการสัตว์ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ในท้องถิ่น ทั้งในรูป ของการจัดสัมมนาวิชาการ การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ธุรกิจขายอาหารสัตว์และพันธุ์สัตว์ รวมถึงการให้คำปรึกษาและแนะนำแก่ เกษตรกร ตลอดจนดำเนินการเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ที่ได้มาตรฐานสากลในรูปของสิ่งพิมพ์ทางอินเทอร์เน็ต อย่างสม่ำเสมอ

ดูทั้งหมด

บริษัทเป็นผู้เลี้ยงสัตว์รายใหญ่ในประเทศไทย ได้แก่ สุกร ไก่เนื้อ ไก่ไข่ เป็ด กุ้ง และปลาเป็นหลักฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์ และฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของบริษัทกระจายอยู่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศไทยผลิตภัณฑ์ภายใต้ธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ประกอบด้วย พันธุ์สัตว์ สัตว์มีชีวิต ผลิตผลที่ได้จากสัตว์มีชีวิตและเนื้อสัตว์แปรรูปขั้นพื้นฐาน ซึ่งสามารถจำแนกได้ 2 ประเภทดังนี้

พันธุ์สัตว์
บริษัทเป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์สัตว์ตามธรรมชาติ เพื่อให้ได้มาซึ่งพันธุ์สัตว์ที่มีคุณภาพ แข็งแรง และ เหมาะสมกับสภาวะการเลี้ยงในแต่ละประเทศ มีการผลิตพ่อแม่พันธุ์ ลูกสุกร ลูกไก่เนื้อ ลูกไก่ไข่ ไก่รุ่นไข่ ลูกเป็ดเนื้อ ลูกเป็ดไข่ ลูกกุ้ง และลูกปลาโดยนำเข้าพันธุ์สัตว์บางชนิดมาจากต่างประเทศเพื่อนำมาเพาะพันธุ์และเลี้ยงต่อเป็นสัตว์เพื่อการค้าใน ฟาร์มของบริษัทหรือขายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย

สัตว์มีชีวิต ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์มีชีวิต และเนื้อสัตว์แปรรูปขั้นพื้นฐาน
ผลิตภัณฑ์ในธุรกิจนี้รวมถึง สุกรขุน ไก่เนื้อ เป็ดเนื้อ ไข่ไก่ ไข่เป็ด กุ้ง ปลา และเนื้อสัตว์แปรรูปขั้นพื้นฐาน ซึ่งบริษัทจัด จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นผ่านโรงงานแปรรูปอาหารของกลุ่มบริษัท และ โรงงานแปรรูปอาหารอื่นๆ ในประเทศไทย จำหน่ายให้ผู้ค้าส่งและผู้ค้าปลีกรวมทั้งจำหน่ายให้กับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศในการแปรรูปขั้นพื้นฐาน นอกจากนั้น บริษัทนำผลผลิตจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ สุกรเนื้อ ไก่เนื้อ เป็ดเนื้อ และกุ้ง ส่งไปโรงงานแปรรูปเพื่อตัดแต่ง แยกชิ้นส่วน ตามที่ตลาดต้องการแล้วนำไปบรรจุและแช่เย็นหรือแช่แข็งเพื่อจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แช่เย็นแช่แข็งภายใต้ ตราสินค้า ซีพีโดยจำหน่ายให้แก่ผู้ค้าส่ง
ผู้ค้าปลีกในประเทศ และส่งออกผ่านผู้นำเข้าในต่างประเทศ

ด้านสวัสดิภาพสัตว์นั้น บริษัทให้ความสำคัญด้านการวิจัยและพัฒนาการคัดเลือกและทดสอบสายพันธุ์ตามหลักพันธุกรรม ธรรมชาติ พัฒนาวิธีเลี้ยงให้ทันสมัยเหมาะสมกับสภาพการเลี้ยงและนำมาตรฐานการผลิตที่ดีของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมาตรฐานสากล รวมทั้งมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมมาตรการด้านการคุ้มครองสวัสดิภาพของสัตว์ (Animal Welfare Standard) มาใช้ควบคู่ไปกับการเลี้ยงที่ทันสมัย

บริษัทได้ดำเนินการประยุกต์ใช้มาตรการปฏิบัติที่ดี ระบบการจัดการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Best practice on Biosecurity) ซึ่งเป็นมาตรการปฏิบัติด้านการป้องกันโรค ที่มีประสิทธิภาพฟาร์มสัตว์บก จะมีการจัดการเลี้ยงสัตว์ในโรงเรือนระบบปิดปรับอากาศ ด้วยการระเหยของน้ำ ( Evaporative Cooling System ) อีกทั้งระบบการเลี้ยงที่มีการให้อาหารและน้ำอัตโนมัติมีการระบายอากาศ เพื่อทำให้อากาศในโรงเรือนอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมกับการเลี้ยงตลอดเวลา

ตลอดจนให้แสงสว่างตามที่สัตว์แต่ละชนิดต้องการและเป็นโรงเรือนที่สามารถป้องกันการติดต่อหรือแพร่ระบาดโรคจากสัตว์ และแมลงต่างๆภายนอก โดยทั้งหมดนี้มีการควบคุมฟาร์มด้วยระบบคอมพิวเตอร์ตลอดระยะเวลาการเลี้ยง

บริษัทมีนโยบายและมาตรการไม่เลี้ยงสัตว์หนาแน่นเกินไป มีการป้องกันและรักษาเมื่อสัตว์บาดเจ็บหรือเจ็บป่วย โดย สัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มตรวจสุขภาพสัตว์ระหว่างการเลี้ยงและก่อนการขนส่ง มีการเคลื่อนย้ายขนส่งสัตว์โดยไม่ทรมานสัตว์ โดยมีพาหนะขนส่งโดยเฉพาะ ส่วนฟาร์มสัตว์น้ำบริษัทเน้นการเลี้ยงแบบเทคโนโลยีชีวภาพ (Probiotic Farming)ที่หลีกเลี่ยง การใช้ยาและสารเคมี และบริษัทได้นำระบบการเลี้ยงกุ้งระบบปิดแบบน้ำหมุนเวียนมาใช้ เพื่อประหยัดน้ำ ป้องกันโรคระบาดและ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

บริษัทได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยการใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีในการจัดการเลี้ยงสัตว์ที่คำนึงถึงสวัสดิภาพและความเป็น อยู่ที่ดีของสัตว์โดยการนำหลักปฏิบัติที่ดีด้านสวัสดิภาพสัตว์ตามหลักอิสระ 5 ประการมาประยุกต์ใช้ ซึ่งได้แก่ สัตว์ที่เลี้ยง จะต้องปราศจากความหิวกระหาย ปราศจากความไม่สะดวกสบาย ปราศจากโรคภัยและบาดเจ็บ มีอิสระที่จะแสดงพฤติกรรม ธรรมชาติและปราศจากความกลัว และตื่นตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นบริษัทแรกนอกสภาพยุโรปที่ได้รับรองมาตรฐานการ จัดการสวัสดิภาพสัตว์ปีกสำหรับการผลิตอาหารแปรรุป ตามมาตรฐาน (Assured Chicken Production)หรือปัจจุบันเปลี่ยนชื่อ เป็น (Red Tractor Assurance) จากประเทศอังกฤษซึ่งมาตรฐานดังกล่าวนับเป็นมาตรฐานการผลิตที่มีกฎระเบียบเข้มงวดที่สุด ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกในปัจจุบัน

บริษัทนำกระบวนการและมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ที่เข้มงวดมาใช้ตั้งแต่การเลี้ยง การขนส่งสัตว์และการแปรูป นอกจาก นั้นบริษัทได้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตรและองค์การอาหารและยา ( อ.ย.) ที่กำหนด เกี่ยวกับการไม่ใช้ฮอร์โมนซึ่งเป็นสารต้องห้าม และไม่ใช้ยาปฏิชีวนะในการเร่งการเจริญเติบโต

นอกจากการทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์เองแล้ว บริษัทมีการดำเนินโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ให้กับเกษตรกร ทั้งการเลี้ยง สุกรเนื้อและไก่เนื้อ โดยบริษัทจะดำเนินการคัดเลือกเกษตรกรที่มีพื้นที่เลี้ยงสัตว์และอุปกรณ์การเลี้ยงของตนเอง ซึ่งหาก ผ่านการคัดเลือก บริษัทจะให้การสนับสนุนด้านพันธุ์สัตว์ อาหารสัตว์ ยาสัตว์ รวมทั้งให้ความรู้ด้านวิธีการเลี้ยงสัตว์แก่ เกษตรกร โดยเกษตรกรจะได้ค่าตอบแทนตามปริมาณสัตว์ที่เลี้ยงได้สำเร็จตามมาตรฐานของบริษัท

บริษัทดำเนินกลยุทธ์เน้นการวิจัยและพัฒนาทางสายพันธุ์โดยให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีในการจัดการฟาร์มที่ดีเพื่อ พัฒนาการเลี้ยงให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดและสภาพแวดล้อมเพื่อเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพการผลิต รวมทั้ง การสร้างมาตรฐานการทำงานระดับสากล และการใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศในการบริหารจัดการคุณภาพ ตรวจสอบย้อนกลับ ทั้งระบบเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานทั้งห่วงโซ่การผลิต นอกจากนี้บริษัทให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขาย โดยมีสำนักงานสาขาตั้งกระจายอยู่ทั่วประเทศ สำหรับเป็นศูนย์กลางเผยแพร่เทคนิคการเลี้ยงสัตว์ การจัดการฟาร์มให้แก่ เกษตรกร พร้อมกับช่วยด้านการตลาดและการจัดจำหน่าย

ดูทั้งหมด

บริษัทนำผลิตภัณฑ์จากฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่ได้ผ่านการแปรรูปขั้นพื้นฐานไปเพิ่มมูลค่าเป็นสินค้าอาหารปรุงสุก อาหาร กึ่งสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน จากนั้นจึงนำไปแช่เย็น แช่แข็ง และจำหน่ายภายใต้ตราสินค้าของ ลูกค้าและตราสินค้า CP โดยผ่านช่องทางการจำหน่ายแบบใหม่ (Modern Trade) เช่น ร้านสะดวกซื้อ,ซุปเปอร์มาร์เก็ต และ ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ ร้านอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ด ( Fast Food ) และผู้ค้าส่งและผู้ค้าปลีก ส่วนการส่งออกสู่ตลาด ต่างประเทศ บริษัทมีสาขาและตัวแทนจำหน่ายในประเทศต่างๆ รวม 17 ประเทศ รวมทั้งจำหน่าย ผ่านผู้นำเข้าไป ต่างประเทศ ซึ่งในปัจจุบันบริษัทส่งออกสินค้าไปมากกว่า 40 ประเทศ ใน 5 ทวีป โดยประเทศที่นำเข้าหลัก ได้แก่ สหภาพยุโรป อังกฤษ ญี่ปุ่น อเมริกา และประเทศอื่นๆ ในเอเชีย

บริษัทมีทีมวิจัย และ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารโดยเฉพาะที่มุ่งมั่นในการสร้างสรรค ์ผลิตภัณฑ์อาหารที่ตอบสนองความต้องการ และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค และบริษัทให้ความสำคัญในการผลิตสินค้าอาหารให้มีคุณภาพในด้านคุณค่ารสชาติ และ ความปลอดภัย ผลิตภัณฑ์อาหารปรุงสุกที่จำหน่าย ในประเทศและส่งออก เช่น ไก่คาราเกะ ไก่ห่อสาหร่าย ไก่เทอริยากิ ข้าวแกงเขียวหวานไก่ บะหมี่เป็ดพะโล้ เป็ดย่าง ลูกชิ้น ไส้กรอก หมูคุโรบุตะ เกี๊ยวกุ้ง และ สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า เป็นต้น บริษัทได้มีการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารภายใต้ตราสินค้า CP คิทเช่นจอย ห้าดาว บีเค บีเคพี และ รวมถึงการผลิตเพื่อจำหน่าย ภายใต้ตราสินค้าของผู้ซื้อด้วยเช่นกัน

การบริหารจัดการมุ่งสู่ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน (Product Sustainability)
ในฐานะผู้ผลิตอาหารครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ การผลิตอาหารสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ สู่การผลิตอาหารสู่มือผู้บริโภค ( From feed to fork ) บริษัทมีมาตรการเข้มงวดในการบริหารจัดการควบคุมวงจรคุณภาพในห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่โรงงานผลิต อาหารสัตว์จนถึง โรงงานแปรรูปอาหาร ในขณะเดียวกันบริษัทตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ และ บทบาทในสังคมในการ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย ถูกสุขอนามัยให้แก่ผู้บริโภคและลูกค้าของบริษัท แนวทางในการบริหารจัดการเหล่านี้เป็น ทิศทางที่มุ่งสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน ซึ่งบริษัทคำนึงถึงปัจจัยหลัก 3 ประการ สามารถสรุปพอสังเขปได้ดังนี้

1. คุณภาพ (Quality)
บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องของ “ คุณภาพสินค้า ” สินค้าที่ผลิตต้องมีความปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ สะอาดถูก สุขอนามัย ภายใต้กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน โดยเริ่มตั้งแต่การควบคุมคุณภาพ และตรวจสอบย้อนกลับไปถึงแหล่งที่มาของ วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ การตรวจสอบที่สายการผลิตต่างๆ ในแต่ละขั้นตอน บริษัทมุ่งมั่นในการดำเนินการปรับปรุง กระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพเป็นไปตามมาตรฐานสากลรวมทั้งนำระบบการบริหารการจัดการที่มีคุณภาพระดับโลกมาใช้เป็น พื้นฐาน ซึ่งได้แก่ ระบบการจัดการคุณภาพสากล ( ISO 9002 ) มาตรฐานขั้นตอนการผลิตที่ดีในการผลิตอาหาร ( Good Manufacturing Practices - “GMP”) ระบบคุณภาพสำหรับธุรกิจค้าปลีกอาหาร ( British Retail Consortium - “BRC” ) และ มาตรฐานการผลิตสากลสำหรับฟาร์มสัตว์ปีก และโรงงานแปรรูป ( Assured Chicken Production - “ACP”) เป็นต้น

2. ความปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้บริโภค (Consumer Health and Safety)
ในปัจจุบันผู้บริโภคต้องการความเชื่อมั่นในความปลอดภัยทางอาหารเพิ่มมากขึ้นบริษัทมุ่งมั่น ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ในขณะเดียวกันนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ ในกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพซึ่ง ประกอบด้วยการวินิจฉัย และ ประเมินอันตรายของอาหารที่อาจจะเกิดขึ้นกับ ผู้บริโภคตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง จนกระทั่งถึงมือผู้บริโภค รวมทั้งสร้างระบบการควบคุม เพื่อขจัดหรือลดสาเหตุที่จะทำให้เกิด อันตรายต่อผู้บริโภคด้วยโดยระบบมาตรฐานที่บริษัทนำมาใช้ ได้แก่ ระบบการผลิตอาหารที่ปลอดภัย ( Hazard Analysis and Critical Control Point “HACCP” มาตรฐานเกี่ยวกับการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน ( Occupational Safety & Health Administration Management System “OSHAS”

3. สิ่งแวดล้อม (Environment)
นอกเหนือจากการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพในด้านคุณค่า รสชาติ และความปลอดภัย ซีพีเอฟยังคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ เกิดขึ้นตลอดกระบวนการผลิตสินค้า บริษัทแสวงหากระบวนการผลิตที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดความสิ้นเปลืองของการใช้ พลังงานและทรัพยากร และนำทรัพยากรกลับมาหมุนเวียนใช้เท่าที่ทำได้ โดยบริษัทใช้มาตรฐานในการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี
( ISO 14001 ) และนำฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์ ( Carbon Footprint ) มาผนึกลงบนผลิตภัณฑ์อาหารที่บริษัทผลิตเพื่อส่งเสริม ให้ผู้บริโภคมีข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดประกอบการตัดสินใจ และเพิ่มขีดความสามารถของ อุตสาหกรรมไทยในการแข่งขันในตลาดโลก ณ สิ้นปี 2555 ผลิตภัณฑ์อาหารของบริษัทมีฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์เป็นจำนวน ทั้งสิ้น 93 รายการ

จุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร ( Food Retail Outlets )
บริษัทได้มีการลงทุนขยายช่องทางจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัท โดยผลิตภัณฑ์หลักที่จัดจำหน่าย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ อาหาร พร้อมรับประทาน ในรูปสินค้าแช่เย็นและแช่แข็งภายใต้ตราสินค้า CP และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ที่ผ่านการตัดแยกชิ้นส่วน หรือ ปรุงแต่งตามที่ตลาดต้องการซึ่งจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แช่เย็นแช่แข็ง จุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทสามารถแบ่งออก เป็น 6 ประเภทดังนี้

1. ธุรกิจห้าดาว   เป็นการบริหารจัดการจุดขายห้าดาวในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยมีผลิตภัณฑ์ภายใต้จุดขายห้าดาวทั้งหมด 7 ประเภท ได้แก่ จุดขายไก่ย่าง จุดขายไก่ทอด จุดขายข้าวมันไก่ จุดขายบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง จุดขายเรดดี้มีล จุดขายไส้กรอก และ จุดขายเป็ดพะโล้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 บริษัทมีจุดขายรวมทั้งสิ้น 4,752 จุดทั่วประเทศไทย ซึ่งแบ่งเป็น จุดขายไก่ย่าง จำนวน 2,253 จุดขาย จุดขายไก่ทอด จำนวน 1,504 จุดขาย จุดขายข้าวมันไก่จำนวน 717 จุดขาย จุดขายบะหมี่เกี๊ยวกุ้งจำนวน 172 จุดขาย จุดขายเรดดี้มีลจำนวน 74 จุดขาย จุดขายไส้กรอกจำนวน 28 จุดขาย และจุดขายเป็ดพะโล้จำนวน 4 จุดขาย

2. ร้านอาหารเชสเตอร์ กริลล์   เป็นธุรกิจร้านอาหารจานด่วน โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 มีจำนวนทั้งสิ้น 176 ร้าน โดยเป็น ร้านที่บริษัทดำเนินการเอง 68 ร้าน และดำเนินการในลักษณะแฟรนไชส์ 108 ร้าน ในปี 2556 เชสเตอร์ กริลล์ ได้ปรับแบรนด์โดย ใช้ชื่อว่า “ เชสเตอร์”

3. ร้านอาหารซีพี คิทเช่น  เป็นร้านอาหารบริการด่วน ( Fast Serve ) ภายใต้แนวคิดอาหารสดใหม่ อิ่มอร่อย ราคายุติธรรม (Fresh , Full and Fair ) โดยเปิดสาขาแรกในปี 2554 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 ซีพี คิดเช่น มีจำนวนทั้งสิ้น 7 สาขา

4. ร้านค้าปลีก ซีพี เฟรชมาร์ท  เป็นร้านค้าปลีกที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ อาหารสด อาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน ภายใต้ มาตรฐานสินค้าแบรนด์ซีพี และแบรนด์ซีพี เฟรชมาร์ทมีลักษณะการดำเนินการเป็นศูนย์รวมสินค้าอาหารที่สดสะอาด ปลอดภัย และมีคุณภาพที่ดี ซึ่งมีการดำเนินการใน 2 ลักษณะ คือ เป็นร้านค้าปลีก และตู้เย็นชุมชน โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 ร้านซีพี เฟรชมาร์ท มีทั้งหมด 623 สาขา ซึ่งแบ่งเป็นเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 270 สาขา และต่างจังหวัด 353 สาขา และ มีตู้เย็นชุมชนรวมทั้งสิ้น 9,100 ตู้เย็น

5. ร้านค้าปลีก ซีพี เฟรชมาร์ท พลัส  เป็นธุรกิจค้าปลีกรูปแบบใหม่ ที่สามารถเรียกว่า “ซูเปอร์คอนวีเนียนสโตร์” โดย จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภค อีกทั้งมีพื้นที่จำหน่ายอาหารสำหรับนั่งรับประทานภายในร้าน ที่เสนอความสะดวกสบาย รูปแบบใหม่แก่ผู้บริโภค ร้านซีพี เฟรชมาร์ท พลัส เปิดสาขาแรกในปี 2554 และ ณ 31 ธันวาคม 2555 เปิดให้บริการทั้งสิ้น 4 สาขา

6. ศูนย์อาหาร ซีพี ฟู้ดเวิลด์   บริษัทได้มีการเปิดดำเนินการธุรกิจศูนย์อาหาร “ซีพี ฟู้ดเวิลด์” ขึ้นครั้งแรกในปลายปี 2555 ที่โรงพยาบาลศิริราช เป็นศูนย์อาหารที่มีความหลากหลายของร้านอาหารทั้งที่เป็นร้านอาหารของกลุ่มบริษัทเอง และร้านอาหาร จากภายนอก โดยมีแผนการจะขยายในย่านธุรกิจการค้า อาคารสำนักงาน และสถานศึกษา ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 ซีพี ฟู้ดเวิลด์ เปิดให้บริการทั้งสิ้น 1 สาขา