โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันนักเรียน

โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันนักเรียน

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เป็นผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร มีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดำเนินธุรกิจ โดยให้ความสำคัญในการดำเนินงาน ด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคในแง่ผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ ในระดับสากล นอกเหนือจากนี้ ซีพีเอฟ ยังให้ความสำคัญและห่วงใยต่อสังคม ทั้งด้านความปลอดภัย ในการบริโภคอาหาร ความห่วงใยในปากท้องของเกษตรกรผู้ผลิตอาหาร ความห่วงใยในภาวะโภชนาการ ของเยาวชน ความห่วงใยในสิ่งแวดล้อมรอบตัวของผู้บริโภคและชุมชน ฯลฯ ภายใต้แนวคิด “Consumer Care”

“โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” เป็นอีกหนึ่งความห่วงใยที่ ซีพีเอฟมีต่อเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคต ของประเทศ โดยน้อมรับแนวพระดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ว่า “เยาวชนเหล่านี้ ควรจะได้บริโภคอาหารอย่างถูกหลักโภชนาการ โดยโรงเรียนจัดให้มีการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ขึ้นภายในโรงเรียน หรือสถานที่ใกล้เคียง เพื่อให้โรงเรียนมีรายได้จากการประกอบกิจกรรมดังกล่าว และนำมาเป็นค่าอาหารกลางวัน นักเรียนตลอดไป” มาดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 20 ปี ซึ่งในช่วงเริ่มต้นเป็นการดำเนินกิจกรรม ผ่านเครือเจริญโภคภัณฑ์

โครงการนี้มีรูปแบบที่เน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการการเลี้ยงไก่ไข่ การสนับสนุนพันธุ์ไก่รุ่นแรก อาหารสัตว์ และการดูแลอย่างใกล้ชิดจากสัตวบาลของบริษัทตลอดระยะเวลาการเลี้ยงไก่ไข่ในแต่ละรุ่น (ไก่ 1 รุ่น ใช้ระยะเวลาเลี้ยง 14 เดือน) เพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถสร้างผลผลิตไข่ไก่ในโรงเรียนได้สำเร็จ โดยนำผลผลิต ส่วนหนึ่งมาประกอบเป็นอาหารกลางวัน และนำบางส่วนออกจำหน่าย เพื่อหารายได้มาจัดสรรเป็นค่าใช้จ่าย ดำเนินโครงการ ให้สามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องสำหรับนักเรียนในรุ่นต่อๆไป ซึ่งแต่ละโรงเรียนต้องจัดทำ “หลักสูตรท้องถิ่น” ว่าด้วยการเลี้ยงไก่ไข่ในโรงเรียนด้วย

ทั้งนี้โครงการดังกล่าว มีเป้าหมายหลักให้เด็กนักเรียนมีภาวะโภชนาการที่ดีขี้น โดยได้บริโภคไข่ไก่เฉลี่ยคนละ 3 ฟอง/สัปดาห์ ซึ่งผลพลอยได้ที่จะตามมานอกทำให้จากร่างกายที่แข็งแรงแล้ว โรงเรียนยังมีรายได้จากไข่ไก่ และการเลี้ยงไก่ไข่ในรุ่นแรก แล้วสามารถนำรายได้นั้นมาบริหารจัดการโครงการได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ที่สำคัญยังเป็นการบูรณาการสู่การเรียนรู้อย่างแท้จริง นั่นคือ เด็กได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเกษตร เกิดการเรียนรู้ และทักษะจากการปฏิบัติจริง สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการประกอบอาชีพต่อไปในอนาคต ในปัจจุบันมี โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ เป็นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนและโรงเรียนในสังกัดรวม 200 แห่ง และมีจำนวน นักเรียนกว่า 46,000 คน


หลักการดำเนินโครงการด้านบริษัทฯ

  1. สนับสนุนงบประมาณสำหรับการก่อสร้าง โรงเรือนเลี้ยงไก่ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์การเลี้ยง และค่าใช้จ่าย หมุนเวียนสำหรับการเลี้ยงรุ่นแรก ได้แก่ พันธุ์ไก่ อาหาร และยาสัตว์ มูลค่ารวมประมาณ 200,000 บาท ต่อแห่ง
  2. อบรมให้ความรู้ด้านเทคนิควิชาการและการจัดการเลี้ยงไก่ไข่ที่ถูกต้องแก่ผู้รับผิดชอบโครงการ
  3. ติดตามผลการดำเนินโครงการของโรงเรียน และภาวะโภชนาการของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง

หลักการดำเนินโครงการด้านโรงเรียน

  1. แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการ และครูผู้รับผิดชอบดูแลการเลี้ยงไก่
  2. ดำเนินการเลี้ยงไก่และดูแลตามหลักวิชาการ ทั้งในด้านการให้อาหาร น้ำ การให้วัคซีน
  3. การทำความสะอาดโรงเรือน/อุปกรณ์ รวมทั้งการบำรุงรักษาอุปกรณ์ หรือซ่อมแซมโรงเรือน
  4. ต้องนำไข่ไก่จากโครงการมาทำอาหารกลางวันให้นักเรียนบริโภค อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน
  5. จัดสรรรายได้จากการเลี้ยงไก่แต่ละรุ่น เป็นค่าอาหารกลางวันนักเรียน ค่าซ่อมแซมโรงเรือน และค่าตอบแทน นักเรียนที่เลี้ยงไก่ (ถ้ามี)
  6. บริหารกองทุนให้ดำเนินโครงการได้อย่างต่อเนื่อง โดยนำรายได้จากการเลี้ยงรุ่นที่ 1 มาเป็นเงินทุนหมุนเวียน ในการดำเนินการรุ่นต่อๆ ไป
  7. รายงานผลการเลี้ยงไก่และภาวะโภชนาการของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง ให้บริษัทฯ และต้นสังกัดของโรงเรียน รับทราบ

หลักเกณฑ์การพิจารณาโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ

  1. เป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนประสบปัญหาภาวะทุพโภชนาการ คือ มีน้ำหนักและส่วนสูงต่ำกว่ามาตรฐาน
  2. พื้นที่สำหรับใช้สร้างโรงเรือนมีความเหมาะสม คือ สามารถสร้างให้ความยาวโรงเรือนอยู่ในแนวตะวันออก-ตะวันตกได้, มีแหล่งน้ำที่เพียงพอจะใช้เลี้ยงไก่และมีไฟฟ้าเข้าถึง
  3. โรงเรียนจัดผู้รับผิดชอบประจำให้สามารถดูแลได้เต็มที่และดำเนินโครงการได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งช่วง ปิดภาคเรียนและวันหยุด
  4. สถานที่ตั้งของโรงเรียนอยู่ในระยะทางที่เจ้าหน้าที่/สัตวบาลของบริษัท จะสามารถติดตามดูแล ให้คำแนะนำได้
  5. ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการโรงเรียน ผู้นำชุมชน องค์กรท้องถิ่น ซึ่งต้องเข้ามามีส่วนร่วม ดำเนินโครงการ

ผลการดำเนินงาน

จากการสุ่มตัวอย่างเด็กนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการพบว่ามีภาวะโภชนาการที่ดีขึ้น คือ สามารถลดปัญหาภาวะ ทุพโภชนาการของนักเรียน โดยวัดจากน้ำหนักต่อส่วนสูงซึ่งอยู่ในช่วงเฉลี่ย 4-9% จากเดิมเฉลี่ยอยู่ที่ 20-25% (ทุพโภชนาการไม่ควรเกิน 10%) และโรงเรียนกว่า 90% ในโครงการสามารถจัดสรรรายได้ เป็นค่าอาหาร กลางวันนักเรียนได้ และยังมีรายได้สะสมจากการเลี้ยงในแต่ละรุ่น เป็นกองทุนสำหรับดำเนินการโครงการ ต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ด้านผลการเลี้ยงไก่ของนักเรียนนั้นมีมาตรฐานใกล้เคียงกับมาตรฐานของบริษัท (เปรียบเทียบจากประสิทธิภาพการเลี้ยง และ %ผลผลิตไข่ไก่) นอกจากนี้ พบว่าเยาวชนและผู้ปกครอง มีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพเกษตรกรว่าไม่ใช่อาชีพที่ต่ำต้อยหากแต่มีคุณค่า และสามารถใช้เลี้ยงชีพได้อย่างมั่นคง ถ้ามีวิชาการและการจัดการที่ดี


< ย้อนกลับ ถัดไป