dcsimg

เกี่ยวกับ ซีพีเอฟ

พัฒนาการของบริษัท

2558

เข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัทC.P. Cambodia Co., Ltd. (CPC)จำนวน 75% ของหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วของ CPC ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศกัมพูชา ประกอบธุรกิจสัตว์บกครบวงจร

เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท CJSCPoultry Production Severnayaและบริษัท CJSC Poultry ParentStock Production Woyskovitsy(Severnaya and Woyskovitsy)จำนวน 80% ของหุ้นสามัญที่ออกและ ชำระแล้วของ Severnayaand Woyskovitsy ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศรัสเซียประกอบธุรกิจไก่เนื้อครบวงจร

เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท CP Chozen Limited(CP Chozen) จำนวน 80%ของหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วของ CP Chozen ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศอังกฤษประกอบธุรกิจร้านอาหารในลักษณะของซุ้มอาหารในประเทศอังกฤษ

2557

เข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 80.02% ของ Tops Foods NV ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียน จัดตั้งในเบลเยี่ยม ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทานทั้งแบบแช่เย็น (Chilled) และแบบไม่ต้อง แช่เย็น (Ambient) โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตระบบไมโครเวฟ (Microwave System)

เข้าซื้อเงินลงทุนทั้งหมด ใน Hefei Chia Tai Co., Ltd. และ Kaifeng Chia Tai Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศจีน ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ในประเทศจีน

เข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 29.00% ของ BHJ Kalino Food AB ซึ่งเป็นบริษัทที่ จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสวีเดน ประกอบธุรกิจการค้าเนื้อสัตว์และอาหารสำเร็จรูปแช่เย็นและแช่แข็งในประเทศสวีเดน

ขายเงินลงทุนในหุ้นสามัญของ C.P. Pokphand Co., Ltd. จำนวน 25.00% ให้แก่ ITOCHU Corporation ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว

ออกและเสนอขายหุ้นกู้อนุพันธ์ (Exchangeable Bonds) มูลค่ารวม 290.4 ล้านเหรียญสหรัฐให้แก่นักลงทุนในต่างประเทศ โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์

2556

ลงทุนในธุรกิจผลิตและ จำหน่ายอาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูปจากเนื้อ สัตว์ และอาหารพร้อมรับ ประทานในประเทศจีน โดยการลงทุนดังกล่าว เป็นการขยายธุรกิจของ C.P. Pokphand Co., Ltd. ไปสู่ธุรกิจอาหาร

ลงทุนในบริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ นมและผลิตภัณฑ์เพื่อ สุขภาพที่ทำจากนม ภายใต้ตราสินค้า “เมจิ” และ “เมจิ-ไพเกน”

ลงทุนในบริษัท Russia Baltic Pork Invest ASV ซึ่งถือหุ้น ในบริษัทที่ประกอบธุรกิจ สุกรในประเทศรัสเซีย

2555

เข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 99.99% ของบริษัทใน ประเทศมาเลเซีย ซึ่ง ประกอบธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสุกรโรงชำแหละสุกร และร้านค้าปลีกในประเทศ

เข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 74.18% ของบริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจอาหารสัตว์ในประเทศจีนและเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารในประเทศเวียดนาม

เข้าซื้อหุ้นสามัญ ในสัดส่วน 99.99% ของบริษัทเชสเตอร์ฟู้ดจำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจ ร้านอาหารและ เครื่องดื่มในประเทศไทย

เริ่มดำเนินธุรกิจศูนย์อาหารในประเทศไทยภายใต้ชื่อ “ซีพี ฟู้ดเวิลด์”

2554

เข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 25% ของบริษัทในประเทศ กัมพูชา ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ เลี้ยงสัตว์ และผลิตภัณฑ์อาหาร แปรรูปจากเนื้อสัตว์

เริ่มดำเนินธุรกิจค้าปลีก ในรูปแบบซูเปอร์คอนวีเนียนสโตร์ ภายใต้ชื่อ“ซีพี เฟรชมาร์ท พลัส”

เริ่มดำเนินธุรกิจร้านอาหาร บริการด่วนในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “ซีพีคิทเช่น”

2553

ปรับย้ายหมวดธุรกิจจากหมวด “ธุรกิจการเกษตร” เป็นหมวด “ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม” ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

2552

เข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 32% ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ เลี้ยงสัตว์และอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์

2550

ลงทุนในประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์และฟาร์มเลี้ยงสัตว์

2549

เริ่มดำเนินธุรกิจค้าปลีก ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ อาหารสด อาหารปรุงสุก และอาหารพร้อม รับประทานภายใต้ชื่อ “ซีพี เฟรชมาร์ท”

ลงทุนในประเทศรัสเซีย ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจ ผลิตและจำหน่าย อาหารสัตว์บกและ เลี้ยงสัตว์บก

ลงทุนในประเทศลาว ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิต และจำหน่ายอาหารสัตว์บก และเลี้ยงสัตว์บก

เริ่มผลิตและจำหน่าย อาหารพร้อมรับประทาน ภายใต้เครื่องหมายการค้า ซีพี ออกจำหน่ายใน ประเทศไทยและ ต่างประเทศ

2548

ซื้อธุรกิจจุดขายอาหาร สำเร็จรูปภายใต้ชื่อ “ห้าดาว” ซึ่งปัจจุบันดำเนิน ธุรกิจจุดขายอาหาร ในรูปแบบแฟรนไชส์

เพิ่มสัดส่วนการลงทุน ในบริษัทในประเทศอินเดีย จาก 19.0%เป็น 71.2% ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิต และจำหน่ายอาหารสัตว์ และเลี้ยงสัตว์ในประเทศอินเดีย

ลงทุนในประเทศมาเลเซียซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจกุ้งครบวงจร

2547

ลงทุนในประเทศตุรกีซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์บกและธุรกิจไก่ครบวงจร

2545

ลงทุนในประเทศอังกฤษ ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจ ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารแช่เย็นจำหน่ายในสหภาพยุโรป

ลงทุนในประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิต และจำหน่ายอาหารสัตว์และฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

2542

เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัทจำกัดที่ดำเนินธุรกิจ เกษตรอุตสาหกรรมและอาหารของเครือ เจริญโภคภัณฑ์จำนวน 9 แห่ง ส่งผลให้กลุ่ม บริษัทซีพีเอฟ มีการดำเนินธุรกิจสัตว์บกและสัตว์น้ำ แบบครบวงจรครอบคลุมไปทั่วทุกภาคของประเทศ

เปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน)” พร้อมกับประกาศวิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” (Kitchen of the World)

2541

เข้าซื้อหุ้นสามัญในบริษัทมหาชนจำกัด ที่ดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในประเทศไทย จำนวน 3 แห่ง

2537

แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด

2530

นำหุ้นสามัญเข้าเป็นหลักทรัพย์ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใต้ชื่อย่อว่า “CPF”

2521

จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในนาม “บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหารสัตว์ จำกัด” เพื่อผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ ในเขตภาคใต้ของประเทศไทย