ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พสกนิกรชาวไทยทั้งปวง ได้ประจักษ์และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้นที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงมีพระราชวิริยะอุตสาหะ ประกอบพระราชกรณียกิจ เป็น คุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองและประชาชนชาวไทยนานัปการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชกรณียกิจทางด้าน การพัฒนาชนบท เพื่อให้ปวงราษฎร์ผู้ยากไร้ของพระองค์ได้มีระดับรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยทรงริเริ่ม โครงการเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ และส่งเสริมการอยู่ดีกินดีของราษฎร
แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาชนบท ที่สำคัญคือ ทรงมุ่งช่วยเหลือพัฒนาให้ชนบทพึ่งตนเองได้ และมีสภาพ ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยมีแนวทางดำเนินการ คือทำให้เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้ โดยเฉพาะด้านอาหาร เช่น ข้าว พืชผัก ผลไม้ เป็นต้น และเน้นมิให้เกษตรกร พึ่งพาอยู่กับพืชเกษตรแต่เพียงอย่างเดียว เกษตรกรควรมี รายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เช่น อุตสาหกรรมในครัวเรือน เป็นต้น ในพื้นที่ที่เหมาะสม เมื่อทำการ เพาะปลูกแล้ว ควรทำการเลี้ยงสัตว์ควบคู่กันไปด้วย เพื่อใช้ผลิตผลพลอยได้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งยังควรดำเนินการ พัฒนาการประมงให้เหมาะสมกับลักษณะภูมิประเทศ โดยการพัฒนาแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ให้เป็นแหล่งขยาย พันธุ์ปลา และส่งเสริมให้ราษฎรสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำนั้นได้ ทั้งการประมงและการปลูกพืชผักบริเวณ รอบๆ หนองน้ำด้วย
นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทาน ยังมีพระราชดำริเกี่ยวกับทฤษฎีใหม่ ว่าด้วยการบริหาร จัดการที่ดินและแหล่งน้ำ เพื่อการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อพัฒนาการเกษตรแบบผสมผสาน ในลักษณะ ครบวงจร โดยเน้นการพัฒนา การเสริมสร้างอาชีพการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง และอุตสาหกรรมในครัวเรือนให้ ราษฎรได้รู้จักวิธีการประกอบอาชีพตามแนวทฤษฎีใหม่ ว่าด้วยการบริหารการจัดการที่ดิน และการใช้น้ำของ เกษตรกร ให้มีสัดส่วนในการใช้น้ำและที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยลงทุนให้สูงขึ้น เพื่อให้ราษฎรประกอบอาชีพ ทั้งอาชีพหลักและอาชีพรอง ส่งผลให้มีรายได้ที่แน่นอนและต่อเนื่องตลอดปี
เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท ได้น้อมเกล้าฯ รับแนวพระราชดำริตามแนวทฤษฎีใหม่มา ดำเนินการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกร เริ่มโครงการ ในพื้นที่ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เมื่อ 30 มกราคม 2540 เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งยังช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพในชนบท ทำให้ลดปัญหาการอพยพเคลื่อนย้ายแรงงานเข้าสู่เมือง และช่วยเสริมสร้างพลังชุมชนและความแข็งแกร่งของ สถาบันครอบครัวโดยการดำเนินโครงการพัฒนาเป็นไปในลักษณะผสมผสาน ทั้งการพัฒนาคนและพัฒนาอาชีพ ให้มีรายได้มั่นคงสามารถพึ่งตนเองได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตจากระดับบุคคลสู่ชุมชน ให้เป็นชุมชนตัวอย่างและ ขยายผลได้ โดย บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ มีบทบาทหลัก ด้านการประสานให้เกิดอาชีพและ พัฒนาคุณภาพชีวิต โดยการสรรหาและพัฒนาผู้นำด้านอาชีพ จากนั้นส่งเสริมกิจกรรมผู้นำอาชีพเหล่านั้น ให้เกิด การขยายผลในชุมชนห้เกิดอาชีพและชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน
ซีพีเอฟ ได้ดำเนินกิจกรรมด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ให้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายในลักษณะครบวงจร โดยให้การสนับสนุนเงินลงทุนและปัจจัยการผลิต พันธุ์สัตว์ พันธุ์พืช ปุ๋ย สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชและ วัคซีนสำหรับสัตว์ ให้คำแนะนำด้านวิชาการและเทคโนโลยี รวมทั้งรับซื้อผลผลิตแบบประกันราคาและดูแลด้าน การตลาด เพื่อให้เกษตรกรเหล่านี้ได้มีโอกาสและมีทางเลือกในการประกอบอาชีพ ทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม ซึ่งขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสภาพที่ดิน แหล่งน้ำ ลักษณะภูมิประเทศ และความพร้อมของเกษตรกรแต่ละราย รวม 7 อาชีพ 7 รายได้ ได้แก่ การทำนาข้าว, การรวมกลุ่มทำโรงสีข้าว, การปลูกพืชผัก, การปลูกไม้ผล, การเลี้ยงปลา, การเลี้ยงสัตว์ได้แก่ ไก่ไข่ ไก่กระทง ไก่เนื้อพื้นบ้าน สุกรขุน สุกรพันธุ์ และการทำหัตถอุตสาหกรรม
ส่วนด้านสังคมนั้นทางมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท ได้ดำเนินกิจกรรมร่วมกับส่วนราชการ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น องค์กรประชาชน ผู้นำชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา กลุ่มธุรกิจเพื่อสังคม ควบคู่ไปกับกิจกรรม การส่งเสริมอาชีพทั้ง 7 อาชีพ ดังกล่าวข้างต้น โดยมีเป้าหมายเพื่อมุ่งสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อให้มีรายได้ที่ มั่นคงพอเพียงในการดำรงชีพ ช่วยให้คนรู้จักหา รู้จักใช้ จากการส่งเสริมการออมและการรวมกลุ่มอาชีพ ช่วยลด ต้นทุนค่าใช้จ่าย รวมทั้งช่วยพัฒนาส่งเสริมให้เป็นคนดี พลเมืองดี รับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัวและชุมชน โดยใช้ยุทธศาสตร์ “เศรษฐกิจนำ สังคมตาม” ที่มุ่งประสานหน่วยธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ และหน่วยธุรกิจ นอกเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อส่งเสริมอาชีพ และมุ่งขยายผลในชุมชน โดยร่วมกับหน่วยงานร่วมเจตนารมณ์ ทั้งราชการ องค์กรธุรกิจ องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรส่วนท้องถิ่นและผู้นำชุมชน ซึ่งการดำเนินกิจกรรมจะมุ่งเน้น ใน 3 แนวทาง ดังนี้
- การพัฒนาคนและส่งเสริมอาชีพ
มุ่งเน้นการสร้างและพัฒนาผู้นำ เพื่อให้ผู้นำสามารถพัฒนาตนเอง พัฒนาอาชีพ ให้สำเร็จเป็นตัวอย่างขยายผล ได้ และริเริ่มขยายผลไปสู่กิจกรรมชุมชนเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป
- การพัฒนาชุมชน และคุณภาพชีวิต
มุ่งเน้นให้เกษตรกรสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต และพัฒนาชุมชนของตนเองได้อย่างยั่งยืน หลังจากที่ส่งเสริม และพัฒนาผู้นำอาชีพให้สำเร็จเป็นตัวอย่าง ซึ่งได้กำหนดชุมชนหมู่บ้านนำร่องตัวอย่าง 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชน บุขี้เหล็ก ต.แสลงพัน, ชุมชนบุลิ้นฟ้า ต.ทะเมนชัย และชุมชนบุโพธิ์ ต.บุโพธิ์ โดยใหู้้เกษตรกรและชุนวางแผน และกำหนดอนาคตร่วมกัน และดำเนินกิจกรรมการพัฒนาในลักษณะ การพึ่งพาตนเอง ร่วมกันคิด ร่วมกัน ตัดสินใจ ร่วมกันแก้ไขปัญหาและร่วมกันพัฒนา กิจกรรมต่าง ๆ อาทิ กลุ่มออมทรัพย์ ร้านค้าชุมชน กองทุน กลุ่มอาชีพ นอกจากนั้น ยังส่งเสริมให้เกษตรกรสมาชิกในโครงการ สามารถบริหารจัดการกลุ่มสมาชิกอาชีพ นาข้าวครบวงจร จึงร่วมกับสำนักงานเกษตร จัดตั้งชมรมผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ 105 อ.ลำปลายมาศ มีสมาชิก รวม 33 หมู่บ้าน โดยมีคณะกรรมการบริหารจัดการชมรมกองทุนของตนเอง
- การฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
มุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งเกษตรกร และเยาวชน เช่น การจัดค่ายเยาวชนเพื่อสร้างเสริมการเรียนรู้ การมุ่งส่งเสริมภูมิปัญญาและศักยภาพชุมชน ในการป้องกันและ รักษาสิ่งแวดล้อม ร่วมกับส่วนราชการและสถาบันการศึกษาในการริเริ่มใช้ปุ๋ยชีวภาพ ส่งเสริมเรื่องก๊าซชีวภาพ ในการประกอบอาชีพเกษตร นอกจากนั้น ยังส่งเสริมให้ใช้จุลินทรีย์ ในการทำการเกษตร ซึ่งได้นำรองกับ เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย โดยเน้นเศรษฐกิจแบบพอเพียงเป็นเป้าหมาย
|