
ประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีภูมิอากาศและภูมิประเทศที่เหมาะสมต่อการทำการเกษตร ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจึงยึดอาชีพเกษตรกรรม โดยทักษะในการทำการเกษตรนั้น ได้รับการถ่ายทอด จากรุ่นสู่รุ่นในรูปแบบเดิมๆ ดังนั้น หากเกษตรกรไทยได้รับการส่งเสริมด้านเทคโนโลยีการผลิตและการสนับสนุน ด้านการตลาด โดยมีแหล่งรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรมารองรับ คงจะทำให้เกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กว่าในอดีต
ด้วยแนวคิดของท่านประธาน ธนินท์ เจียรวนนท์ ในเรื่องการส่งเสริมอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร เครือเจริญ โภคภัณฑ์ จึงเริ่มต้นโครงการสร้างอาชีพขึ้นในปี 2518 โดยนำระบบงานส่งเสริมอาชีพและรายได้ ให้กับเกษตรกร ที่เรียกว่า Contract Farming มาดำเนินงานใน 2 รูปแบบคือ การประกันราคาและการส่งเสริม การเลี้ยงสัตว์ โดยโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่กระทง ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นโครงการแรก และมีเกษตรกร เข้าร่วมโครงการกว่า 200 ครอบครัว ต่อมาจึงได้ขยายพื้นที่โครงการไปอีกหลายจังหวัด จนครบทุกภูมิภาค ทั่วประเทศ และได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นอย่างมาก ทำให้ในปัจจุบัน เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ ซีพีเอฟ มีสมาชิกใน “โครงการ Contract Farming” ทั่วประเทศกว่า 10,000 ราย โดยการเลี้ยงสัตว์ครอบคลุมทั้ง ไก่กระทง ไก่ไข่ และสุกร
โครงการฯนี้ทำให้เกษตรกรไม่ต้องอพยพครอบครัวออกไปหางานทำที่อื่น และสามารถทำงานได้ที่บ้าน ซึ่งเป็น ที่ดินของตนเอง โดยใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการลงทุนสร้างโรงเรือนและค่าอุปกรณ์ เพื่อเลี้ยงสัตว์ ทั้งยังสามารถทำอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ โดยใช้แรงงานภายในครอบครัว เช่น ปลูกผัก,เลี้ยงปลา,ทอผ้า ซึ่งที่ซีพีเอฟเป็นผู้จัดหาให้ พันธุ์สัตว์ อาหารสัตว์ ยา และวัคซีน ซึ่งมีคุณภาพสูงให้กับเกษตรกร นอกจากนี้ ยังได้รับความรู้ คำแนะนำปรึกษา การสนับสนุนเทคโนโลยีต่างๆ และการร่วมวางแผนการผลิต โดยทีมนักวิชาการ ของบริษัทอย่างใกล้ชิด ส่วนกรณีที่เกษตรกรขาดแคลนเงินทุนในการสร้างหรือปรับปรุงโรงเรือน เจ้าหน้าที่ของ บริษัทจะช่วยจัดทำเอกสารเกี่ยวกับโครงการ เพื่อให้เกษตรกรนำไปเสนอต่อสถาบันการเงินสำหรับขอสินเชื่อ ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับการตอบรับจากสถาบันการเงินต่างๆเป็นอย่างดี เนื่องจากความน่าเชื่อถือของโครงการ จากประวัติของลูกค้าเก่าซึ่งเป็นเกษตรกรที่เคยร่วมโครงการ ที่มีการผ่อนชำระที่แน่นอนและครบถ้วนตามกำหนด ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วเกษตรกรสามารถคืนเงินจากการลงทุนได้หมดในระยะเวลา 7-8 ปี โดยเกษตรกรต้องมีความ เอาใจใส่และพัฒนาการเลี้ยงเป็นอย่างต่อเนื่องทำให้มีประสิทธิภาพการเลี้ยงที่ดี มีผลตอบแทนเพิ่มสูงขึ้น เพราะถึงแม้จะมีภาวะผันผวนด้านสภาวะตลาดและราคา แต่เกษตรกรก็ไม่ได้รับความเสี่ยงจากการขาดทุน กล่าวได้ว่า เกษตรกรที่ร่วมโครงการ Contract Farming มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความมั่นคง ในอาชีพและรายได้ ซึ่งจะเห็นได้จากการที่เกษตรกรในยุคแรกหลายๆ ราย ยังคงดำเนินธุรกิจร่วมกับบริษัทฯ อย่างมั่นคงมาเป็นเวลากว่า 38 ปี
นอกจากนี้ บริษัท ยังให้การสนับสนุน โครงการ Contract Farming แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิม อีกเป็น จำนวนกว่า 5,000 ครอบครัว โดยเกษตรกรจะลงทุนเลี้ยงปลาอย่างน้อย 4 กระชังลงทุน 40,000 บาทต่อกระชัง เลี้ยงปลากระชังละ 1,500 ตัว ซึ่งเกษตรกรจะมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 15,000 บาทต่อกระชัง และใช้เวลาเพียง 1 ปี ก็สามารถคืนทุนได้ทั้งหมด
|