ข่าวอุตสาหกรรม

รัฐบาลเดินหลงทาง ?

08/02/2555
 

รัฐบาลเดินหลงทาง ?
โดย คุณณรงค์  เจียมใจบรรจง   นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่


มีหลายคนชื่นชมนโยบายที่รัฐบาลชุดนี้ใช้ในช่วงหาเสียง  และดีใจที่จะได้รัฐบาลที่มีนโยบายกระตุ้นภาคธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด เช่นนโยบายเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร,นโยบายเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท, นโยบายเพิ่มเงินเดือนข้าราชการเป็น 15,000 บาท, นโยบายบ้านหลังแรก และนโยบายรถคันแรก   ซึ่งปัจจุบันเป็นช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังปั่นป่วน  ยุโรปกำลังแย่  อเมริกายังไม่ฟื้น  และญี่ปุ่นประสบภัยพิบัติ  ดังนั้นนโยบายของชาติไทย จำเป็นต้องพึ่งพาตนเองเป็นหลัก  

ผมเคยฟังพี่ๆนักศึกษา วปอ.ถกแถลงกัน ในห้องเรียน เรื่องการบริหารประเทศ  เกี่ยวกับแนวทาง  :  ในการบริหารประเทศนั้น   สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมีงบประมาณ   ดูสิงคโปร์เป็นตัวอย่าง เขามีงบประมาณมากมาย เขาอยากได้อะไร  อยากทำอะไร เพื่อเป็นสวัสดิการของประชาชนก็ได้ตามนั้น   อยากได้เครื่องบินรบทันสมัยกี่ฝูงบิน ก็ได้ตามนั้น   แต่ประเทศไทยอยากทำโครงการอะไร ..ก็ต้องดูก่อน ว่ามีงบประมาณหรือไม่ ?

แล้วงบประมาณนั้นมันมาจากไหน ล่ะ   คำตอบคือมาจากภาษี    รายได้หลักของรัฐ มาจากภาษี นั่นเอง  ก็มีคำถามว่า…รัฐจะเก็บภาษีได้มาก  จะต้องทำอย่างไร   คำตอบก็คือ…ต้องทำให้ประชาชนมีรายได้ที่ดี  เมื่อประชาชนมีรายได้ดีก็จะจับจ่าย ซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น ….สินค้าอุตสาหกรรมขายดีขึ้น  ซื้อบ้าน  ซื้อรถ  ซื้ออาหาร  ซื้อเสื้อผ้า และท่องเที่ยว  ยิ่งทำให้เกิดการหมุนเวียนซื้อสินค้ามาก…..รํฐก็จะยิ่งได้ภาษีมาก เพราะทุกครั้งที่ซื้อสินค้า รัฐจะได้ภาษี VAT  ส่งผลทำให้ภาคธุรกิจเข้มแข็ง มีกำไร  เขาก็จ่ายภาษีธุรกิจให้รัฐเพิ่มขึ้น    ภาคธุกิจเติบโตรับพนักงานเพิ่มขึ้น จ่ายเงินเดือนให้พนักงานเพิ่มขึ้น  รัฐก็จะได้ภาษีจากเงินรายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น   จึงเป็นแนวทางและเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ดี จะต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้ที่ดี  ส่งผลทำให้เศรษฐกิจมวลรวมดี  ประเทศชาติถึงจะมั่นคง

คำถาม ณ วันนี้คือ กระทรวงพาณิชย์ห้ามไม่ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ขึ้นราคาจาก 2.20 บาท/ฟอง  ทั้งๆที่เกษตรกรยังขาดทุนอยู่ เพราะต้นทุนอยู่ที่ 2.60 บาท/ฟอง  เหมือนคนกำลังจมน้ำ พยายามจะตะกายขึ้นหายใจ กลับถูกกดหัวให้จมน้ำไว้เช่นนั้น   เรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลนี้หรือไม่ ?

คำถาม ณ วันนี้คือ กระทรวงพาณิชย์ จะใช้ราคาแนะนำสำหรับ ผู้ประกอบการ SME   ร้านอาหารข้างถนน  และร้านอาหารใน Food Center ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆนั้น  โดยจะไม่ให้ขายเกินราคาที่แนะนำ….. ถามว่า.. คิดรอบครอบดีแล้วหรือไม่ ?  ประเทศไทยเป็นประเทศประชาธิปไตย หรือ คอมมิวนิสต์ (เผด็จการ) กันแน่  ???  ท่านอดีตนายกทักษิน   ชินวัตร เคยมีนโยบาย สนับสนุน SME อย่างเห็นได้ชัด ทำให้โครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง   เป็นที่ชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง   จึงอยากถามว่าเรื่องที่จะใช้ราคาควบคุม   (โดยเลี่ยงบาลี ใช้คำว่า “ราคาแนะนำ”)  นี้เป็นนโยบายของรัฐบาลนี้หรือไม่ ?

หรือรัฐบาลนี้ อยากจะใช้นโยบายที่เดินตามประเทศกรีซ ??  ใช้นโยบายประชานิยมโดยที่หารายได้ไม่เป็น  กดราคาสินค้าเพื่อเอาใจผู้บริโภค บีบให้คนจนส่วนใหญ่ในชนบท (เกษตรกร) และบีบให้ผู้ประกอบการรายย่อย SME ต้องโอบอุ้มผู้บริโภค (ซึ่งมีทั้งคนจนและคนรวยในเมือง) ด้วยการควบคุมราคาสินค้า (โดยใช้ราคาแนะนำ) ใช้นโยบายรัดเข็มขัดโดยกลัวเงินเฟ้อมากจนเกินไป   สุดท้ายคงเหมือนรัฐบาลประเทศกรีซ คนจนทั้งประเทศ เก็บภาษีได้น้อย  ได้แต่กู้เงินมาบริหารประเทศอย่างเดียว   แต่ไม่มีปัญญาจ่ายคืน

แทนที่จะควบคุมราคา รัฐควรจะสนับสนุนให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเสรี  ทุกรัฐบาลเป็นห่วงเรื่องค่าครองชีพของผู้บริโภค แต่ไม่คำนึงถึงเรื่องมาตรฐานและคุณภาพ  สินค้าเกษตรจึงถูกกดราคา เพราะรัฐบาลเป็นห่วงคะแนนเสียงผู้บริโภค 67 ล้านคน เน้นแต่จะให้ขายสินค้าราคาถูก ผู้ผลิตหรือเกษตรกรจึงไม่มีโอกาสลืมตาอ้าปาก ไม่มีกำไรมากพอที่จะนำมาพัฒนา ปรับปรุงคุณภาพและสายพันธุ์ ทำให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นดีๆมากมาย สูญหายไป  เพราะลูกหลานเกษตรกรไม่สนใจทำอาชีพการเกษตรต่อไป  ถึงขนาดที่มีการศึกษาพบว่านักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ ส่วนใหญ่เลือกเข้าเรียนคณะนี้เป็นอันดับท้ายๆ และหลายคนไม่สนใจเรียนจริงจัง เข้ามาเรียนก่อนเพื่อรอสอบคัดเลือกใหม่    สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อย SME รัฐควรจะสนับสนุนให้เขาแข่งขันกันด้วยคุณภาพสินค้าและการบริการที่ดี จะทำให้มีโอกาสสร้างเถ้าแก่ใหม่ๆที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น เนื่องจากเขามีลูกค้าจำนวนมากที่พอใจคุณภาพและราคาที่เขาจำหน่ายทำให้เขามีกำไรมากพอ ที่จะนำไปพัฒนาสินค้าและขยายกิจการ การที่รัฐบาลมีนโยบายควบคุมราคาเช่นนี้ สุดท้ายผู้บริโภคทั่วประเทศ คงอดกินอาหารอร่อย สะอาด และบริการที่ยอดเยี่ยม เพราะผู้ประกอบการทุกราย ถูกบังคับให้ขายราคาเดียวกันทั้งหมด ต่อไปจะทำดีไปทำไม … ทำดีมากแค่ไหน ก็ขายได้ราคาเท่านั้น 

จะเห็นได้ว่าทั้ง 2 Case นี้ มิใช่นโยบายที่รัฐบาลใช้ในช่วงหาเสียง   และไม่เป็นไปตามแนวทางและหน้าที่ของการเป็นรัฐบาลที่ดี…. ซึ่งจะต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้ที่ดี  ตามที่พี่ๆนักศึกษา วปอ.ถกแถลงในห้องเรียน  และที่สำคัญที่สุดก็คือ รัฐบาลควรจะเลิกนโยบายการควบคุมราคาสินค้า โดยให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพสินค้า และมาตรฐานสินค้าให้มากกว่านี้ เพราะจะเป็นการส่งเสริมให้ธุรกิจของคนไทย มีความสามารถในการแข่งขัน  ให้สินค้าไทยเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก

นโยบายการส่งเสริมให้คุณภาพสินค้า และมาตรฐานสินค้าไทยเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วโลก ดังเช่นที่ท่านอดีตนายกทักษิน  ชินวัตร ส่งเสริม 1 ผลิตภัณฑ์ 1 ตำบล เป็นนโยบายที่ยอดเยี่ยมจริงๆ./

 
< ย้อนกลับ ก่อนหน้า l ถัดไป
Quick Links
CPF Call Center