dcsimg

เกี่ยวกับซีพีเอฟ
เกี่ยวกับซีพีเอฟ
ซีพีเอฟดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารแบบครบวงจร เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพบนมาตรฐานการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและกระบวนการทำงานที่รับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม
เกี่ยวกับซีพีเอฟ สำหรับบุคลากร
ธุรกิจ
ธุรกิจ ซีพีเอฟ
ซีพีเอฟมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการ สะอาดถูกสุขอนามัย ปลอดภัย และตรวจสอบย้อนกลับได้
ภาพรวมธุรกิจ
การกำกับดูแลกิจการ
การกำกับดูแลกิจการ
พัฒนาการความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโต ทางธุรกิจและเติมเต็มความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าร่วมในระยะยาวอย่างยั่งยืน ไปพร้อมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
ภาพรวมการกำกับดูแลกิจการ
our mision
สารถึงผู้ถือหุ้น
บริษัทยังคงพยายามอย่างเต็มกำลังในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร เพื่อเป้าหมายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นักลงทุนสัมพันธ์
นักลงทุนสัมพันธ์
บริษัทมุ่งเน้นที่จะสร้างผลตอบแทนด้วยความใส่ใจให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
นักลงทุนสัมพันธ์ ติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์
ความยั่งยืน
ความยั่งยืน
เพื่อเสริมสร้าง “ศักยภาพและโอกาสการเติมโต“ สู่ “การสร้างคุณค่าร่วมกับทุกภาคส่วน“
ซีพีเอฟกับความยั่งยืน
สื่อเผยแพร่
สื่อเผยแพร่
ศูนย์ข่าวสารซีพีเอฟ นำเสนอเรื่องราวครอบคลุมทั้งความยั่งยืน นวัตกรรม ข่าวสารอุตสาหกรรม และกิจกรรมอื่นๆ
สื่อเผยแพร่
media-center
สื่อเผยแพร่
ติดตามข่าวสารล่าสุด และเรื่องราวดีๆ จากซีพีเอฟได้ที่นี่
THAI
บริษัทผลักดันการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มสัดส่วนการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ รวมถึงการจัดการและเพิ่มมูลค่าของเสีย/น้ำเสีย ตั้งแต่ธุรกิจอาหารสัตว์ ธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ และธุรกิจอาหารมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมีส่วนร่วมในการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกัน ยังส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวรอบสถานประกอบการ เพื่อช่วยดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ด้วย
ในปี 2561 ปริมาณการใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิตของบริษัทเพิ่มขึ้น ร้อยละ 5 เทียบกับปี 2560 อันเนื่องมาจากบริษัทมีการผลิตผลิตภัณฑ์ไก่ปรุงสุก เช่น ทอด ย่าง เป็นต้น เพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 ต่อหน่วยการผลิตลดลงร้อยละ 1 เทียบกับปี 2560 เป็นผลมาจากบริษัทเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนจากร้อยละ 21 ของสัดส่วนการใช้พลังงานทั้งหมดในปี 2560 เป็นร้อยละ 25 และการดำเนินโครงการต่างๆ ดังนี้
โครงการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน
  • โครงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ: จากความสำเร็จของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยเปลี่ยนของเสียเป็นพลังงาน ในโครงการ “ฟาร์มสุกรสีเขียว (Green Farm)” จึงมีการนำแนวคิดดังกล่าวไปขยายผลต่อในสายธุรกิจไก่ไข่ตั้งแต่ปี 2560 โดยในปี 2561 สามารถนำก๊าซชีวภาพมาผลิตไฟฟ้าทดแทนการซื้อไฟฟ้าได้ถึง 41 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง และประหยัดเงินได้กว่า163 ล้านบาท รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 322,000 ตัน CO2e

  • โครงการใช้พลังงานจากชีวมวลสำหรับหม้อไอน้ำ: บริษัทพยายามเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานจากชีวมวลทั้งในโรงงานอาหารสัตว์บกและสัตว์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2561 โรงงานผลิตอาหารสัตว์ราชบุรีได้ดำเนินการปรับปรุงห้องเผาไหม้ของหม้อไอน้ำขนาด 10 ตันไอน้ำ พร้อมกับเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงจากถ่านหินมาเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล ทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 8 ล้านบาทต่อปีและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 11,000 ตัน CO2e ต่อปี

  • โครงการซีพีเอฟ โซลาร์รูฟท็อป (CPF Solar Rooftop) : บริษัทร่วมลงนามความร่วมมือกับ บริษัทกันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ในโครงการ “CPF Solar Rooftop” ซึ่งเป็นโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาโรงงาน 34 แห่ง ครอบคลุมโรงงานอาหารสัตว์บก โรงงานอาหารสัตว์น้ำ โรงงานแปรรูปอาหาร และโรงงานอาหารสำเร็จรูป สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 40 เมกะวัตต์ คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 28,000 ตัน CO2e ต่อปีและทดแทนการซื้อไฟฟ้าได้ถึง 53 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมงต่อปี โดยมีแผนในการเริ่มติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ตั้งแต่ต้นปี 2562 คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปีเดียวกัน

โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระบบทำความเย็นและระบบปรับอากาศขนาดใหญ่
หน่วยงานในสายธุรกิจสุกร ไก่เนื้อ ไก่ไข่ และอาหารสำเร็จรูป ร่วมดำเนินโครงการสนับสนุนการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระบบทำความเย็นและระบบปรับอากาศขนาดใหญ่กับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) รวมทั้งสิ้น 32 โครงการ สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ถึงปีละ 8.5 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง และประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 29 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 4,600 ตัน CO2e ต่อปีด้วย
โครงการนวัตกรรมอาหารสุกรรักษ์สิ่งแวดล้อม
เป็นที่ทราบดีว่ามูลสุกรมีสารประกอบไนโตรเจน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการเกิดก๊าซไนตรัสออกไซด์หนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน เพื่อบรรเทาผลกระทบตั้งแต่แหล่งกำเนิด ในปี 2560 บริษัทจึงได้วิจัยและพัฒนา “อาหารสุกรรักษ์สิ่งแวดล้อม” ขึ้น เพื่อลดปริมาณไนโตรเจนที่สุกรขับทิ้งออกมาในรูปของสิ่งขับถ่าย (N-excretion) โดยใช้เทคนิคการประกอบสูตรอาหารสัตว์ร่วมกับการเลือกใช้กรดอะมิโนสังเคราะห์ (synthetic amino acids) ที่ผลิตได้จากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ (biotechnology)
การคิดค้นนวัตกรรมอาหารสุกรรักษ์สิ่งแวดล้อมสามารถลดปริมาณไนโตรเจนในสิ่งขับถ่ายจากสุกรถึงร้อยละ 20 – 30 ทั้งยังช่วยลดต้นทุนอาหารในการเลี้ยงสุกรโดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิตหรือคุณภาพเนื้อสุกรอีกด้วย
ในปี 2561 อาหารสุกรรักษ์สิ่งแวดล้อมสามารถลดการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ประมาณ 90 ตัน หรือเทียบเท่า 23,700 ตัน CO2e ในกิจการประเทศไทย โดยบริษัทได้ขยายผลไปยังธุรกิจผลิตอาหารสุกรในอีก 7 ประเทศ ได้แก่ ลาว กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ จีน ไต้หวัน และรัสเซีย สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 41,000 ตัน CO2e