เกี่ยวกับซีพีเอฟ
เกี่ยวกับซีพีเอฟ
ซีพีเอฟดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารแบบครบวงจร เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพบนมาตรฐานการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและกระบวนการทำงานที่รับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม
เกี่ยวกับซีพีเอฟ สำหรับบุคลากร
ธุรกิจ
ธุรกิจ ซีพีเอฟ
ซีพีเอฟมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการ สะอาดถูกสุขอนามัย ปลอดภัย และตรวจสอบย้อนกลับได้
ภาพรวมธุรกิจ
บรรษัทภิบาล
บรรษัทภิบาล
พัฒนาการความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโต ทางธุรกิจและเติมเต็มความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าร่วมในระยะยาวอย่างยั่งยืน ไปพร้อมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
ภาพรวมการกำกับดูแลกิจการ
our mision
สารถึงผู้ถือหุ้น
บริษัทยังคงพยายามอย่างเต็มกำลังในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร เพื่อเป้าหมายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นักลงทุนสัมพันธ์
นักลงทุนสัมพันธ์
บริษัทมุ่งเน้นที่จะสร้างผลตอบแทนด้วยความใส่ใจให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
นักลงทุนสัมพันธ์ ติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์
ความยั่งยืน
ความยั่งยืน
เพื่อเสริมสร้าง “ศักยภาพและโอกาสการเติมโต“ สู่ “การสร้างคุณค่าร่วมกับทุกภาคส่วน“
sustainability
ซีพีเอฟกับความยั่งยืน
ซีพีเอฟใช้นวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความเป็นเลิศควบคู่ไปกับสร้างความยั่งยืนเพื่อโลกที่ดีกว่าของคนรุ่นถัดไปภายใต้กลยุทธ์ นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (Sustainovation)
สื่อเผยแพร่
สื่อเผยแพร่
ศูนย์ข่าวสารซีพีเอฟ นำเสนอเรื่องราวครอบคลุมทั้งความยั่งยืน นวัตกรรม ข่าวสารอุตสาหกรรม และกิจกรรมอื่นๆ
สื่อเผยแพร่
media-center
สื่อเผยแพร่
ติดตามข่าวสารล่าสุด และเรื่องราวดีๆ จากซีพีเอฟได้ที่นี่
THAI
  ซีพีเอฟ  มีกำไร ปี 2568  อยู่ที่ 25,197 ล้านบาท  โต 29  % - ปันผลรวม 1.25 บาทต่อหุ้น สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 
26 ก.พ. 2569
  ซีพีเอฟ  มีกำไร ปี 2568  อยู่ที่ 25,197 ล้านบาท  โต 29  % - ปันผลรวม 1.25 บาทต่อหุ้น สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รายงานกำไรสุทธิปี 2568 จำนวน 25,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากปี 2567 โดยหลักเป็นผลมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2569 บริษัทให้ความสำคัญต่อเนื่องด้านการขับเคลื่อนการเติบโตด้วยนวัตกรรมความยั่งยืน และเน้นประสิทธิภาพด้านการควบคุมต้นทุน ผ่านโครงการเชิงกลยุทธ์ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้

 

ปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายจำนวน 571,135 ล้านบาท ลดลง 2 % จากงวดเดียวกันของปีก่อน  เป็นผลจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในการแปลงค่าของงบการเงินกิจการต่างประเทศ หากพิจารณาเป็นสกุลเงินท้องถิ่น รายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 3  % จากปีก่อน โดยเป็นการเติบโตจากกิจการต่างประเทศเป็นหลัก

 

ทั้งนี้  ยอดขายของบริษัทฯ แบ่งสัดส่วนจากกิจการต่างประเทศ 62 % การส่งออกไปประเทศต่างๆ ประมาณ 50 ประเทศ 5% และกิจการที่ขายในประเทศไทย 33% โดยกิจการต่างประเทศผลิตและจำหน่ายสินค้าในประเทศนั้นเป็นหลัก ประกอบด้วย 13 ประเทศ  ได้แก่  เวียดนาม จีน (รวมไต้หวัน) รัสเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย อังกฤษ อินเดีย ตุรกี ลาว เบลเยียม และ ศรีลังกา

 

จากการบริหารด้านประสิทธิภาพการดำเนินการตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มประสิทธิภาพด้านการควบคุมต้นทุนการผลิต ต้นทุนวัตถุดิบลดลงโดยเฉพาะราคากากถั่วเหลือง การรักษามาตรฐานความสะอาดปลอดภัยในการผลิตและมาตรการป้องกันโรคระบาดที่รัดกุม รวมถึงระดับราคาเนื้อสุกรในภูมิภาคเฉลี่ยอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ทำให้กำไรขั้นต้นของบริษัทเพิ่มขึ้น 14% จากปี 2567 โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 16.9% เพิ่มขึ้นจากระดับของปี 2567 ที่ 14.6%

 

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า จากการที่บริษัทให้ความสำคัญด้านการเสริมความแข็งแกร่งให้กับพื้นฐานของธุรกิจเพื่อปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ยกระดับการบริหารจัดการสินทรัพย์ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลงทุน ทำให้บริษัทสามารถมีกำไรปี 2568 จำนวน 25,197 ล้านบาท แม้จะพบกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ค่อยสดใส ความกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทไทยที่แข็งค่าขึ้น และการมีคู่แข่งขันเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรม

 

สำหรับปี 2569 มองว่า จากความมุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางอาหารทั้งในภาวะปกติและยามวิกฤต รวมทั้งเพื่อให้เท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายต่างๆ บริษัทจึงคงให้ความสำคัญในการวางรากฐานการเติบโตผ่านการสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมความยั่งยืน การบริษัทจัดการทรัพย์สินในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลทั่วทั้งองค์กร และออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้าและผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งเชื่อมั่นว่าการดำเนินการเหล่านี้จะสามารถสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงให้กับบริษัท โดยคาดว่าผลการดำเนินงานในปี 2569 จะยังคงดีต่อเนื่องจากปี 2568

 

คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้จ่ายเงินปันผลครั้งที่สองจากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครั้งแรกในอัตราหุ้นละ 1.00 บาท เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 รวมเป็นการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ทั้งสิ้นในอัตราหุ้นละ 1.25 บาท โดยจะเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติในวันที่ 23 เมษายน 2569 นี้

 

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้เสนอผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการเพิ่มวงเงินการออกและเสนอขายหุ้นกู้จำนวน 50,000 ล้านบาท เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกในการทดแทนเงินกู้จากแหล่งเงินทุนอื่น เพราะมีต้นทุนทางการเงินที่ดีกว่า (Refinancing)./

กิจกรรมอื่น ๆ
CPF ทำถึง! คว้า 3 รางวัล BrandAge Awards 2026 จากเสียงผู้บริโภคทั่วประเทศ
26 มี.ค. 2569
CPF ทำถึง! คว้า 3 รางวัล BrandAge Awards 2026 จากเสียงผู้บริโภคทั่วประเทศ
30 โรงงาน CPF รับรางวัล CSR-DIW Continuous Award ร่วมรับผิดชอบสังคมต่อเนื่อง
24 มี.ค. 2569
30 โรงงาน CPF รับรางวัล CSR-DIW Continuous Award ร่วมรับผิดชอบสังคมต่อเนื่อง
ซีพีเอฟ รับรางวัล Thailand Top Company Awards 2026 ตอกย้ำศักยภาพการปรับตัวขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
23 มี.ค. 2569
ซีพีเอฟ รับรางวัล Thailand Top Company Awards 2026 ตอกย้ำศักยภาพการปรับตัวขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
CPF มุ่งสู่ "องค์กรแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม" คว้า 5 รางวัล Future Trend Awards 2026
26 ก.พ. 2569
CPF มุ่งสู่ "องค์กรแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม" คว้า 5 รางวัล Future Trend Awards 2026
cpfworldwide.com ใช้คุกกี้บนเว็บไซต์นี้เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)
x