เกี่ยวกับซีพีเอฟ
เกี่ยวกับซีพีเอฟ
ซีพีเอฟดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารแบบครบวงจร เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพบนมาตรฐานการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและกระบวนการทำงานที่รับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม
เกี่ยวกับซีพีเอฟ สำหรับบุคลากร
ธุรกิจ
ธุรกิจ ซีพีเอฟ
ซีพีเอฟมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการ สะอาดถูกสุขอนามัย ปลอดภัย และตรวจสอบย้อนกลับได้
ภาพรวมธุรกิจ
บรรษัทภิบาล
บรรษัทภิบาล
พัฒนาการความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโต ทางธุรกิจและเติมเต็มความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าร่วมในระยะยาวอย่างยั่งยืน ไปพร้อมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
our mision
สารถึงผู้ถือหุ้น
บริษัทยังคงพยายามอย่างเต็มกำลังในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร เพื่อเป้าหมายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นักลงทุนสัมพันธ์
นักลงทุนสัมพันธ์
บริษัทมุ่งเน้นที่จะสร้างผลตอบแทนด้วยความใส่ใจให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
นักลงทุนสัมพันธ์ ติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์
ความยั่งยืน
ความยั่งยืน
เพื่อเสริมสร้าง “ศักยภาพและโอกาสการเติมโต“ สู่ “การสร้างคุณค่าร่วมกับทุกภาคส่วน“
ซีพีเอฟกับความยั่งยืน
sustainability
ซีพีเอฟกับความยั่งยืน
ซีพีเอฟขับเคลื่อนธุรกิจบนหลักความรับผิดชอบต่อสังคมสู่ความยั่งยืนภายใต้ 3 เสาหลัก “อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน และดินน้ำป่าคงอยู่“
สื่อเผยแพร่
สื่อเผยแพร่
ศูนย์ข่าวสารซีพีเอฟ นำเสนอเรื่องราวครอบคลุมทั้งความยั่งยืน นวัตกรรม ข่าวสารอุตสาหกรรม และกิจกรรมอื่นๆ
สื่อเผยแพร่
media-center
สื่อเผยแพร่
ติดตามข่าวสารล่าสุด และเรื่องราวดีๆ จากซีพีเอฟได้ที่นี่
THAI
1

เมษายน

บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (CPFTH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท สวนสมบูรณ์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจปลูกพืชทางการเกษตรใน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ในสัดส่วนร้อยละ 99.99 มูลค่าของรายการจำนวน 274 ล้านบาท เพื่อเป็นการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการเพาะปลูกพืชเกษตรที่เป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจบริษัท

2

มิถุนายน

ซื้อหุ้นสามัญ เพิ่มเติมใน C.P. Aquaculture (India) Private Limited (“CPA”)  ซีพีเอฟและบริษัทย่อยได้เข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มเติมอีกร้อยละ 43 ของจํานวนหุ้นทั้งหมดของ C.P. Aquaculture (India) Private Limited (“CPA”) ทําให้สัดส่วนการถือหุ้น CPA จาก เดิมที่ถืออยู่ร้อยละ 31.70 เพิ่มขึนเป็นร้อยละ 75.00 และ CPA เปลี่ยนสถานะจากบริษัทร่วม เป็นบริษัทย่อยของซีพีเอฟ โดย CPA เป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศอินเดีย โดยประกอบธุรกิจหลักคือ ผลิตและจําหน่ายอาหารกุ้ง ฟาร์มเพาะฟักลูกกุ้ง และจําหน่ายกุ้งแปรรูป เป็นต้น

3

สิงหาคม

  • บริษัท ซี.พี.เมอร์แชนไดซิ่ง จํากัด (“CPM”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ซีพีเอฟถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของ  Consumer Package Commerce Co., Ltd. ที่ประกอบธุรกิจนําเข้าและจัดจําหน่าย ผลิตภัณฑ์อาหารในประเทศเกาหลีใต้ ส่งผลให้ Consumer Package Commerce Co., Ltd. มีสถานะเป็ นบริษัทย่อยทางอ้อม ของซีพีเอฟ
     
  • ซีพีเอฟได้เข้าซื้อหุ้นสามัญในบริษัท ออลล์ นาว แมนเนจเม้นท์ จํากัด (“AM”) ซึ่งประกอบธุรกิจการจัดการคลังสินค้าและโลจิสติกส์คิดเป็นร้อยละ 19.00 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมดของ AM โดย AM เป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 99.997 ในบริษัท ออลล์นาว โลจิสติกส์จํากดั ซงเป็นบริษัทที่ดําเนินธุรกิจให้บริการด้านโลจิสติกส์
     
  • LLC RBPI Voronezh ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมที่จัดตังขึ้นใหม่ของซีพีเอฟ ได้เข้าซื้อธุรกิจสุกรในประเทศรัสเซีย ได้แก่ LLC Agro-Sojuz TS และ LLC Mjaso-Sojuz T ซึ่งถือเงินลงทุนทั้งหมดของบริษัทในกลุ่ม APK-Don ที่ประกอบธุรกิจเพาะปลูกพืชไร่ ผลิตอาหารสัตว์เพาะพันธุ์สุกร และฟาร์มสุกร ในเขต Belgorod และ Voronezh ของประเทศ รัสเซีย ส่งผลให้บริษัทดงักล่าวมีสถานะเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของซีพีเอฟ
4

กันยายน

CPF Poland S.A. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางตรงของ CPF ได้เข้าซื้อธุรกิจอาหารทะเลในประเทศโปแลนด์ ได้แก่ Fish Food sp. z o.o. และ MaxFish sp. z o.o. ที่ประกอบธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์อาหารทะเล และการค้าและจัดจําหน่าย ผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ส่งผลให้บริษัทดังกล่าวมีสถานะเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของซีพีเอฟ

 

5

ตุลาคม

  • PLANT-TEC Europe Sp. z o.o. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมที่จัดตั้งขึ้นใหม่ของ ซีพีเอฟ ได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่ม ทุนของ Well Well Invest S.A. (“Well Well”)  คิดเป็นร้อยละ 50 ของทุนชําระแล้วภายหลังการเพิ่มทุน ซึ่งประกอบธุรกิจ ผลิตภัณฑ์อาหารที่ทําจากพืชในประเทศโปแลนด์ ส่งผลให้บริษัทในกล่มุ Well Well มีสถานะเป็นการร่วมค้าของซีพีเอฟ
     
  • คณะกรรมการบริษัทของซีพีเอฟได้มีมติอนุมัติให้ CPF Investment Limited (“CPFI”) ดําเนินการนําหุ้นสามัญทั้งหมดของ CPP ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (“HKEX”) ตามขั้นตอนภายใต้มาตรา 99 ของ Companies Act แห่งประเทศเบอร์มิวดา (“โครงการ”) ทั้งนี้หุ้นสามัญของ CPP ได้ถูกเพิกถอนออกจากการเป็นหลกัทรัพย์จดทะเบียนใน HKEX ในวันที่ 18 มกราคม 2565 เรียบร้อยแล้ว โดยสัดส่วนการถือหุ้นสามญัใน CPP ของ CPFI เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ถืออย่รู้อยละ 49.74 เป็นร้อยละ 75.00
     
  • โอนกิจการทั้งหมด ของบริษัท ซี.พี. รีเทล โฮลดิ้ง จํากัด  (“CPRH”) ที่บริษัทถือหุ้นอยู่ในสัดส่วน 20 % ให้แก่บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) (“MAKRO”) และได้รับค่าตอบแทนเป็นหุ้นสามัญของ MAKRO จำนวน 1,002 ล้านหุ้น
     
  • คณะกรรมการบริษัทซีพีเอฟได้มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ในวงเงินไม่เกิน 10,000 ล้านบาท โดยหุ้นสามัญที่จะซื้อคืนมีจํานวนไม่เกิน 400 ล้านหุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) คิดเป็นร้อยละ 4.65 ของจำนวนหุ้นสามัญที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท และมีกําหนดระยะเวลาที่จะซื้อหุ้นคืน ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 14 เมษายน 2565
6

ธันวาคม

  • การเสนอขายหุ้น MAKRO ของ CPM ให้แก่ประชาชนทั่วไป (Public Offering) จำนวน 66 ล้านหุ้น
พัฒนาการของบริษัทปี 2563
1

คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้เข้าซื้อหุ้นสามัญส่วนที่เหลือทั้งหมดใน Charoen Pokphand Holding (Malaysia) Sdn.Bhd. (CPHM) จากเดิมบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 49.75% เพิ่มขึ้นเป็น 100% โดย CPHM ดำเนินธุรกิจไก่เนื้อครบวงจร ทั้งการผลิตอาหารสัตว์ เลี้ยงไก่ โรงงานแปรรูปเนื้อไก่และผลิตอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานในประเทศมาเลเซีย

2

คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้เข้าลงทุนในกลุ่มเทสโก้เอเชียในสัดส่วน 20% ผ่านบริษัทย่อย บริษัท ซี.พี. เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด (CPM) เพื่อประกอบธุรกิจค้าปลีกภายใต้โดยรายการเข้าซื้อเสร็จสิ้นในวันที่ 18 ธันวาคม 2563

3

คณะกรรมการบริษัทได้มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการเข้าซื้อธุรกิจสุกรในประเทศจีนโดย Chaina Tai Investment Co., Ltd. (CTI) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมในประเทศจีน เพื่อขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจสุกรครบวงจรในประเทศจีน โดยการเข้าซื้อได้เสร็จสิ้นในวันที่ 1 ธันวาคม 2563 CP Foods Capital Limited เพื่อดำเนินกิจการลงทุนของกลุ่มบริษัท

พัฒนาการของบริษัทปี 2564
พัฒนาการของบริษัทปี 2562
1

ซีพีเอฟ เรสเทอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเชน จำกัด (CPF RF) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ลงนามสัญญาซื้อหุ้นและร่วมลงทุนในหุ้นของบริษัท ดัคกาลบี้ กรุ๊ป จำกัด (Dak Galbi) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในไทยที่ประกอบธุรกิจร้านอาหารเกาหลีแบบผัดร้อน (Real Time Cooking) โดย CPF RF จะเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 60%
 

2

ลงทุนในประเทศแคนาดา เข้าถือหุ้นคิดเป็นร้อยละ 50.1 ของจำนวนหุ้นทุ้งหมดของ Hylife Group Holding Ltd. (“ HyLife”)  โดยถือเป็นกิจการร่วมค้าของ CPF และ Itochu Corporation ประกอบธุรกิจสุกรครบวงจรตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ ฟาร์มเลี้ยงสุกร จนถึงธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเนื้อสุกร ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง Hylife เป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเนื้อสุกรแช่เย็นจากประเทศแคนาดา ไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดพรีเมี่ยม

3

ลงทุนเปิดฟาร์มเลี้ยงกุ้งในประเทศสหรัฐอเมริกาจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ ชื่อ Homegrown Shrimp (USA) LLC. ทุนจดทะเบียน 6.6 ล้านเหรียญสหรัฐอมริกา CPF ถือหุ้นร้อยละ 100

4

ลงทุนในธุรกิจกุ้งศรีลังกา  เข้าถือหุ้นเพิ่มทุนในประเทศศรีลังกา เข้าถือหุ้นของ Lotus Aquaculture Lanka (Private) Ltd คิดเป็นร้อยละ75 ของทุนจดทะเบียน โดยประกอบธุรกิจโรงเพาะฟักลูกกุ้ง ฟาร์มกุ้ง และห้องเย็นในประเทศศรีลังกา

5

ลงทุนธุรกิจร้านอาหารในประเทศเวียดนาม เข้าซื้อเงินลงทุนของ AHM Lifestyles Creative Hospitally Co., Ltd. (“AHM”) คิดเป็นร้อยละ 70 ของทุนจดทะเบียนของ AHM ประกอบธุรกิจร้านอาหารในประเทศเวียดนาม โดยมีจุดขายตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

6

จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่เพื่อลงทุนในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศโปแลนด์จัดตั้ง PetRepublic Ltd. (“PetRepublic”)  ในประเทศโปแลนด์ เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง

พัฒนาการของบริษัทปี 2563
พัฒนาการของบริษัทปี 2561
1

มิถุนายน

ร่วมลงทุนในธุรกิจฟาร์มกุ้งและแปรรูปกุ้งในประเทศบราซิล

เข้าซื้อหุ้นสามัญบริษัท Camanor Produtos Marinhos Ltda. (“Camanor”) คิดเป็นร้อยละ 40 ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงของบริษัท Camanor  ซึ่งดำเนินธุรกิจฟาร์มกุ้งและแปรรูปกุ้งขึ้นต้นในประเทศบราซิล 

2

กรกฎาคม

ร่วมลงทุนธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ในประเทศไทย

เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ซีพี ไห่หลาย ฮาร์เบอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นใหม่ มีสัดส่วนการถือหุ้นคิดเป็นร้อยละ 5 ร่วมกับนิติบุคคลไต้หวันร้อยละ 45 และบุคคลธรรมดาร้อยละ 4 และบุคคลธรรมดาร้อยละ 4  โดยจะดำเนินธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟ่ต์านานาชาติ แบรนด์ “Harbour”  ที่ไอคอนสยาม จังหวัดกรุงเทพฯ ในประเทศไทย

3

กันยายน

เปิดโรงเรียนศิลปะการอาหาร “คูลิเนอร์”

CULINEUR School of Culinary Arts and Entrepreneurship

โรงเรียนด้านศิลปะการอาหารที่เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและผู้ประกอบการที่จะก้าวไปสู่มืออาชีพระดับโลก รวมถึงสร้างหัวหน้าครัวหรือเชฟที่สามารถเป็นผู้นำและเจ้าของกิจการที่มีคุณภาพ 

4

พฤศจิกายน

ลงทุนใน FSI  ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตพิซซ่าแบบทานเล่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา

เพื่อประกอบธุรกิจผลิตพิซซ่าแบบแช่แข็ง และพิซซ่าแบบทานเล่น (Pizza Bite) โดยจำหน่ายผ่านช่องทางค้าส่งและผู้ค้าปลีกในทวีปอเมริกาเหนือ รวมถึงผลิตภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า (Private Label)

พัฒนาการของบริษัทปี 2562
พัฒนาการของบริษัทปี 2560
1

"ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดใน Westbridge Food Group Limited (WFGL) ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในประเทศอังกฤษ โดยกลุ่ม WFGL ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายเนื้อสัตว์และอาหารสำเร็จรูป ให้กับลูกค้าที่เป็นร้านค้าปลีก ฟู้ดเซอร์วิส โรงงานผลิตอาหารในสหราชอาณาจักร รวมทั้งกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป 


การได้เข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใน WFGL จะทำให้ซีพีเอฟสามารถขยายเครือข่ายช่องทางการค้าปลีก ฟู้ดเซอร์วิส และกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตสินค้าอาหารในสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปซึ่งมีศักยภาพสูง โดยสินค้าของ WFGL เป็นสินค้าประเภทไก่ กุ้ง ปลา และอาหารสำเร็จรูป ซึ่งสอดคล้องกับธุรกิจของซีพีเอฟ ตลอดจนซีพีเอฟยังได้โควต้าการนำเข้าสินค้าไก่สู่สหภาพยุโรปจากการที่ WFGL มีบริษัทย่อยที่ได้รับโควต้าการนำเข้ามากกว่า 100 แห่ง นอกจากนี้ WFGL ยังมีทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์สูงในธุรกิจการค้าสินค้าอาหารอีกด้วย http://www.westbridgefoods.com/"

2

"ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญ 95% ของบริษัท Paulsen Foods GmbH (PF) ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายเนื้อสัตว์ให้กับลูกค้าฟู้ดเซอร์วิส และผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตสินค้าอาหารในประเทศเยอรมนี รวมทั้งกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป และมีการลงทุนในบริษัทจำนวน 76 แห่งในประเทศเยอรมนี ซึ่งมีโควต้านำเข้าเนื้อสัตว์ปีกและสินค้าที่ทำจากเนื้อสัตว์ปีกสู่สหภาพยุโรป


การได้เข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใน PF จะทำให้กลุ่มซีพีเอฟมีโควต้าการนำเข้าสัตว์ปีกและสินค้าที่ทำจากเนื้อสัตว์ปีกสู่สหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นประมาณ 6,100 ตันต่อปี นอกจากนี้ ยังทำให้กลุ่มซีพีเอฟมีช่องทางการจัดจำหน่ายให้แก่ฟู้ดเซอร์วิสและผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตสินค้าอาหารในประเทศเยอรมนี และกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยสินค้าส่วนใหญ่ที่จะจัดจำหน่ายจะเป็นสินค้าเนื้อสัตว์ปีกจำพวกไก่และเป็ด ซึ่งสอดคล้องกับธุรกิจของกลุ่มซีพีเอฟ http://www.peter-paulsen.de/"

พัฒนาการของบริษัทปี 2561
พัฒนาการของบริษัทปี 2559
1

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญ 100% ของบริษัท Hubei Chia Tai Co., Ltd. ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ พันธุ์สัตว์ และอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ในประเทศจีน

2

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 30% ของหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้วหลังการเพิ่มทุน ของบริษัท Banner Infant Dairy Products Co., Ltd. ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายนมผงสำหรับทารกในประเทศจี

3

 

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 12% ของหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้วหลังการเพิ่มทุน ของบริษัท Qingdao Yi Bang Bio-Engineering Co., Ltd. ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายวัคซีนสำหรับสัตว์ในประเทศจีน

4

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 80% ของบริษัท Norfolk Foods (Private) Limited ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศศรีลังกา ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทาน เช่น ซาโมซ่า ไก่แปรรูป เนื้อสัตว์สอดไส้ชีส และไส้กรอก เป็นต้น ภายใต้ตราสินค้า Crescent โดยมีการจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่าย โรงแรม ร้านอาหาร และร้านค้าปลีกในประเทศศรีลังกา ทำให้บริษัทเข้าสู่ธุรกิจอาหารที่มีศักยภาพในการเติบโต ตลอดจนเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศใกล้เคียง http://www.norfolk.lk/

5

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 60% ของหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วของบริษัท The Foodfellas Limited ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศอังกฤษ ประกอบธุรกิจฟู้ดเซอร์วิส โดยนำเข้าวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อาหารจากทั่วโลก เช่น เนื้อวัว เนื้อแกะ ไส้กรอก ขนมปัง เบเกอรี่ มันฝรั่ง อะโวคาโด โดยจัดจำหน่ายให้ลูกค้ามากกว่า 160 ราย โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารที่รู้จักกันทั่วไปซึ่งมีสาขาทั่วประเทศอังกฤษมากกว่า 15,000 ร้าน ทำให้บริษัทสามารถขยายธุรกิจฟู๊ดเซอร์วิสในประเทศอังกฤษได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเป็นฐานในการขยายธุรกิจในประเทศอื่นๆ ในยุโรป http://www.thefoodfellas.co.uk/

6

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 70% ของหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้ว ของบริษัท Fujian Sumpo Foods Holding Co., Ltd. ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์บก เลี้ยงและจำหน่ายไก่ และผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่ในประเทศจีน

7

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 100% ของบริษัท Bellisio Parent, LLC ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทานแบบ Single Serve ในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ภายใต้ตราสินค้าซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เช่น Michelina’s, Boston Market, Chilli’s และ Atkins ซึ่งจะทำให้ CPF เข้าสู่ตลาดธุรกิจอาหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายของ CPF ในทวีปอเมริกาเหนือ ผ่านเครือข่ายกระจายสินค้าที่มีอยู่ทั่วประเทศ http://www.bellisiofoods.com/

8

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 16.54% ของหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้วหลังการเพิ่มทุน ของบริษัท Ningxia Xiao Ming Animal Husbandry Co., Ltd. ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายลูกไก่ไข่ในประเทศจีน

9

 

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 100% ของบริษัท COFCO Meat (Suqian) Co., Ltd. ซึ่งประกอบธุรกิจเลี้ยงไก่เนื้อและธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่ในประเทศจีน

10

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญและหุ้นสามัญเพิ่มทุนรวมทั้งสิ้นจำนวน 33% ของบริษัท SuperDrob Zakłady Drobiarsko - Mięsne S.A. ซึ่งประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารในประเทศโปแลนด์ มีผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ ไก่สด ไก่แปรรูปปรุงสุก ไส้กรอก และแฮม ภายใต้ตราสินค้าของบริษัท การเข้าร่วมทุนกับ SuperDrob จะทำให้ซีพีเอฟขยายฐานการผลิตเพื่อตลาดกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป http://superdrob.pl/en/

พัฒนาการของบริษัทปี 2560
พัฒนาการของบริษัทปี 2558
1

เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท CP Chozen Limited(CP Chozen) จำนวน 80%ของหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วของ CP Chozen ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศอังกฤษประกอบธุรกิจร้านอาหารในลักษณะของซุ้มอาหารในประเทศอังกฤษ

2

เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท CJSCPoultry Production Severnayaและบริษัท CJSC Poultry ParentStock Production Woyskovitsy(Severnaya and Woyskovitsy)จำนวน 80% ของหุ้นสามัญที่ออกและ ชำระแล้วของ Severnayaand Woyskovitsy ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศรัสเซียประกอบธุรกิจไก่เนื้อครบวงจร

3

 

เข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท C.P. Cambodia Co., Ltd. (CPC)จำนวน 75% ของหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วของ CPC ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศกัมพูชา ประกอบธุรกิจสัตว์บกครบวงจร

พัฒนาการของบริษัทปี 2559
พัฒนาการของบริษัทปี 2557
1

เข้าซื้อเงินลงทุนทั้งหมด ใน Hefei Chia Tai Co., Ltd. และ Kaifeng Chia Tai Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศจีน ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ในประเทศจีน

2

 

เข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 80.02% ของ Tops Foods NV ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียน จัดตั้งในเบลเยี่ยม ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทานทั้งแบบแช่เย็น (Chilled) และแบบไม่ต้อง แช่เย็น (Ambient) โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตระบบไมโครเวฟ (Microwave System)

3

 

เข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 29.00% ของ BHJ Kalino Food AB ซึ่งเป็นบริษัทที่ จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสวีเดน ประกอบธุรกิจการค้าเนื้อสัตว์และอาหารสำเร็จรูปแช่เย็นและแช่แข็งในประเทศสวีเดน

4

ขายเงินลงทุนในหุ้นสามัญของ C.P. Pokphand Co., Ltd. จำนวน 25.00% ให้แก่ ITOCHU Corporation ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว

5

 

ออกและเสนอขายหุ้นกู้อนุพันธ์ (Exchangeable Bonds) มูลค่ารวม 290.4 ล้านเหรียญสหรัฐให้แก่นักลงทุนในต่างประเทศ โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์

พัฒนาการของบริษัทปี 2558
พัฒนาการของบริษัทปี 2556
1

ลงทุนในบริษัท Russia Baltic Pork Invest ASV ซึ่งถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบธุรกิจสุกรในประเทศรัสเซีย

2

ลงทุนในบริษัท ซีพี-เมจิจำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ทำจากนมภายใต้ตราสินค้า“เมจิ” และ “เมจิ-ไพเกน”

3

ลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารแปรรูปอาหารสำเร็จรูปจากเนื้อสัตว์ และอาหารพร้อมรับประทานในประเทศจีนโดยการลงทุนดังกล่าวเป็นการขยายธุรกิจของ C.P. Pokphand Co., Ltd.ไปสู่ธุรกิจอาหาร

พัฒนาการของบริษัทปี 2557
พัฒนาการของบริษัทปี 2555
1

เริ่มดำเนินธุรกิจศูนย์อาหารในประเทศไทยภายใต้ชื่อ “ซีพี ฟู้ดเวิลด์”

2

เข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 99.99% ของบริษัทเชสเตอร์ฟู้ดจำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย

 

3

 

เข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 74.18% ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจอาหารสัตว์ในประเทศจีนและเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารในประเทศเวียดนาม

4

 

เข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 99.99% ของบริษัทในประเทศมาเลเซีย ซึ่งประกอบธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสุกรโรงชำแหละสุกร และร้านค้าปลีกในประเทศ

พัฒนาการของบริษัทปี 2556
พัฒนาการของบริษัทปี 2554
1

เริ่มดำเนินธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “ซีพีคิทเช่น

2

เริ่มดำเนินธุรกิจค้าปลีกในรูปแบบซูเปอร์คอนวีเนียนสโตร์ ภายใต้ชื่อ“ซีพี เฟรชมาร์ท พลัส”

3

เข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 25% ของบริษัทในประเทศกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ เลี้ยงสัตว์ และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์

พัฒนาการของบริษัทปี 2555
พัฒนาการของบริษัทปี 2553
1

ปรับย้ายหมวดธุรกิจจากหมวด “ธุรกิจการเกษตร” เป็นหมวด “ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม”ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

พัฒนาการของบริษัทปี 2554
พัฒนาการของบริษัทปี 2552
1

เข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 32% ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ เลี้ยงสัตว์และอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์

พัฒนาการของบริษัทปี 2553
พัฒนาการของบริษัทปี 2550
1

ลงทุนในประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์และฟาร์มเลี้ยงสัตว์

พัฒนาการของบริษัทปี 2552
พัฒนาการของบริษัทปี 2549
1

เริ่มผลิตและจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทานภายใต้เครื่องหมายการค้าซีพี ออกจำหน่ายในประเทศไทยและต่างประเทศ

2

ลงทุนในประเทศลาวซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิต และจำหน่ายอาหารสัตว์บก และเลี้ยงสัตว์บก

3

ลงทุนในประเทศรัสเซีย ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์บกและเลี้ยงสัตว์บก

4

เริ่มดำเนินธุรกิจค้าปลีกที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารสด อาหารปรุงสุกและอาหารพร้อมรับประทานภายใต้ชื่อ “ซีพี เฟรชมาร์ท”

พัฒนาการของบริษัทปี 2550
พัฒนาการของบริษัทปี 2548
1

ลงทุนในประเทศมาเลเซียซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจกุ้งครบวงจร

2

เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัทในประเทศอินเดียจาก 19.0%เป็น 71.2% ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์และเลี้ยงสัตว์ในประเทศอินเดีย

3

ซื้อธุรกิจจุดขายอาหารสำเร็จรูปภายใต้ชื่อ “ห้าดาว” ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจจุดขายอาหารในรูปแบบแฟรนไชส์

พัฒนาการของบริษัทปี 2549
พัฒนาการของบริษัทปี 2547
1

ลงทุนในประเทศตุรกีซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์บกและธุรกิจไก่ครบวงจร

พัฒนาการของบริษัทปี 2548
พัฒนาการของบริษัทปี 2545
1

"ลงทุนในประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิต และจำหน่ายอาหารสัตว์และฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ"

2

"ลงทุนในประเทศอังกฤษ ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจ ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารแช่เย็นจำหน่ายในสหภาพยุโรป"

พัฒนาการของบริษัทปี 2547
พัฒนาการของบริษัทปี 2542
1

"เปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน)” พร้อมกับประกาศวิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” (Kitchen of the World)"

2

"เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัทจำกัดที่ดำเนินธุรกิจ เกษตรอุตสาหกรรมและอาหารของเครือ เจริญโภคภัณฑ์จำนวน 9 แห่ง ส่งผลให้กลุ่ม บริษัทซีพีเอฟ มีการดำเนินธุรกิจสัตว์บกและสัตว์น้ำ แบบครบวงจรครอบคลุมไปทั่วทุกภาคของประเทศ"

พัฒนาการของบริษัทปี 2545
พัฒนาการของบริษัทปี 2541
1

เข้าซื้อหุ้นสามัญในบริษัทมหาชนจำกัด ที่ดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในประเทศไทย จำนวน 3 แห่ง

พัฒนาการของบริษัทปี 2542
พัฒนาการของบริษัทปี 2537
1

แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด

พัฒนาการของบริษัทปี 2541
พัฒนาการของบริษัทปี 2530
1

นำหุ้นสามัญเข้าเป็นหลักทรัพย์ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใต้ชื่อย่อว่า “CPF”

พัฒนาการของบริษัทปี 2537
พัฒนาการของบริษัทปี 2521
1

"จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในนาม “บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหารสัตว์ จำกัด” เพื่อผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ ในเขตภาคใต้ของประเทศไทย"

พัฒนาการของบริษัทปี 2530
cpfworldwide.com ใช้คุกกี้บนเว็บไซต์นี้เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)
x