เกี่ยวกับซีพีเอฟ
เกี่ยวกับซีพีเอฟ
ซีพีเอฟดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารแบบครบวงจร เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพบนมาตรฐานการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและกระบวนการทำงานที่รับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม
เกี่ยวกับซีพีเอฟ สำหรับบุคลากร
ธุรกิจ
ธุรกิจ ซีพีเอฟ
ซีพีเอฟมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการ สะอาดถูกสุขอนามัย ปลอดภัย และตรวจสอบย้อนกลับได้
ภาพรวมธุรกิจ
การกำกับดูแลกิจการ
การกำกับดูแลกิจการ
พัฒนาการความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโต ทางธุรกิจและเติมเต็มความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าร่วมในระยะยาวอย่างยั่งยืน ไปพร้อมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
ภาพรวมการกำกับดูแลกิจการ
our mision
สารถึงผู้ถือหุ้น
บริษัทยังคงพยายามอย่างเต็มกำลังในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร เพื่อเป้าหมายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นักลงทุนสัมพันธ์
นักลงทุนสัมพันธ์
บริษัทมุ่งเน้นที่จะสร้างผลตอบแทนด้วยความใส่ใจให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
นักลงทุนสัมพันธ์ ติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์
ความยั่งยืน
ความยั่งยืน
เพื่อเสริมสร้าง “ศักยภาพและโอกาสการเติมโต“ สู่ “การสร้างคุณค่าร่วมกับทุกภาคส่วน“
ซีพีเอฟกับความยั่งยืน
sustainability
ซีพีเอฟกับความยั่งยืน
ซีพีเอฟขับเคลื่อนธุรกิจบนหลักความรับผิดชอบต่อสังคมสู่ความยั่งยืนภายใต้ 3 เสาหลัก “อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน และดินน้ำป่าคงอยู่“
สื่อเผยแพร่
สื่อเผยแพร่
ศูนย์ข่าวสารซีพีเอฟ นำเสนอเรื่องราวครอบคลุมทั้งความยั่งยืน นวัตกรรม ข่าวสารอุตสาหกรรม และกิจกรรมอื่นๆ
สื่อเผยแพร่
media-center
สื่อเผยแพร่
ติดตามข่าวสารล่าสุด และเรื่องราวดีๆ จากซีพีเอฟได้ที่นี่
THAI
1

บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้นสามัญอีกร้อยละ 43.40 ใน C.P. Aquaculture (India) Private Limited (“CPA”) จากบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และ C.T. Progressive (Investment) Ltd. ในราคารวมทั้งสิ้น 3,483 ล้านอินเดียรูปี หรือ ประมาณ 1,445 ล้านบาท หลังการเข้าทำรายการครั้งนี้ส่งผลให้ CPF ถือหุ้นใน CPA เป็นร้อยละ 75 และ CPA ได้เปลี่ยนสถานะจากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยของ CPF ทำให้บริษัทฯ มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการธุรกิจกุ้งครบวงจรในประเทศอินเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2

บริษัท ซีพีเอฟ(ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน)(CPFTH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท สวนสมบูรณ์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจปลูกพืชทางการเกษตรใน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จาก บริษัท เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จำกัด มูลค่าของรายการจำนวน 274 ล้านบาท เพื่อเป็นการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการเพาะปลูกพืชเกษตรที่เป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจบริษัท

3

บริษัทฯขอแจ้งให้ทราบว่า Charoen Pokphand(USA), Inc.(ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของ CPF) ที่จดทะเบียนในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งหยุดประกอบกิจการตั้งแต่ปี 2547 ได้จดทะเบียนยกเลิกบริษัทและชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งนี้การเลิกบริษัทย่อยดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของกลุ่ม CPF แต่อย่างใด

4

บริษัทฯ เข้าซื้อเงินลงทุนทั้งหมดใน Limited Liability Company BiltOil (“BiltOil LLC.”) ซึ่งถือเงินลงทุนทั้งหมดใน Limited Liability Company Campofarm (“Campofarm LLC.”) ในราคาเบื้องต้นประมาณ 404 ล้านบาท ทั้งนี้เมื่อทำรายการแล้วเสร็จ BiltOil LLC. และ Campofarm LLC. จะมีสถานะเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของบริษัทฯ โดย Campofarm LLC. ประกอบธุรกิจฟาร์มสุกรในประเทศรัสเซีย จะส่งผลให้บริษัทฯ มีโอกาสขยายธุรกิจฟาร์มสุกร สอดคล้องกับกลยุทธ์หลักที่มีเป้าหมายในการผลิตสุกรขุนในรัสเซีย อีกทั้งบริษัทฯ ยังสามารถเพิ่มปริมาณการใช้อาหารสัตว์ จากโรงงานผลิตอาหารสัตว์ของบริษัทฯเองอีกด้วย

5

บริษัท C.P. Pokphand จำกัด (“CPP”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ CPF ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมในสัดส่วนร้อยละ 52.24 และเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (“HKEX”) ภายใต้ Stock Code :43 เปิดเผยข่าวการแยกธุรกิจ และ ยื่นคำขอจดทะเบียนหลักทรัพย์ Chia Tai Investment Co., Ltd. (“CTI”) ซึ่งประกอบกิจการลงทุนในธุรกิจสุกรครบวงจรในประเทศจีน ต่อตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไห้ ว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2564 CTI ได้รับหนังสือจาก China Securities Regulatory Commission แจ้งการรับพิจารณาคำขอจดทเบียนหลักทรัพย์ของ CTI เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

6

บริษัท ซีพีเอฟ เทรดดิ้ง จำกัด (“CPFT”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของ CPF ขายสินทรัพย์บางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้าเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์อาหารให้กับลูกค้าทั่วไป ร้านอาหารขนาดเล็ก และโรงแรมขนาดเล็กให้แก่ บริษัท เอก-ชัย ดิสทรบิวชั่น ซิสเท็ม จำกัด (“Ek-chai”) โดยมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 861.6 ล้านบาท การเข้าทำรายการดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อกลุ่ม CPF เนื่องจากการเข้าทำรายการครั้งนี้เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจบนความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่าย

7

Westbridge Food Group Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของ CPF จะดำเนินการยกเลิกบริษัทย่อย 119 บริษัทในประเทศอังกฤษ ซึ่งประกอบด้วยบริษัทที่นำเข้าสินค้าจากเนื้อสัตว์ปีกในประเทศอังกฤษ 117 บริษัท ซึ่งไม่มีการดำเนินธุรกิจใดๆ ภายหลังจากที่ประเทศอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป และ บริษัทที่หยุดการประกอบธุรกิจตั้งแต่ปี 2561 อีก 2 บริษัทได้แก่ Westbridge Foods(Haydock) Ltd. (ธุรกิจจัดจำหน่ายเนื้อสัตว์) และ Wignall Holdings Ltd. (กิจการลงทุน) โดยการยกเลิกบริษัทย่อยดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของกลุ่ม CPF

8

บริษัทฯ ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นสามัญทั้งหมดของ Consumer Package Commerce Co.,Ltd ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศเกาหลีใต้ กับ Wealth Full Enterprises Ltd. มูลค่ารวมของรายการประมาณ 51 ล้านบาท Consumer Package Commerce Co.,Ltd ดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารในประเทศเกาหลีใต้ ถือเป็นการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าของกลุ่มบริษัทฯ ไปยังประเทศเกาหลีใต้

9

บริษัทฯ เข้าลงทุนใน บริษัท ออลล์ นาว แมนเนจเม้นท์ (“AM”) ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจการจัดการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ โดยการเข้าซื้อหุ้นเดิมใน AM จาก บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) คิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 19 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด มูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 703 ล้านบาท ถือเป็นการลงทุนในธุรกิจโลจิสติกส์ที่มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคตและเป็นธุรกิจที่ส่งเสริมกับธุรกิจของบริษัทฯ 

10

บริษัทฯ เข้าซื้อธุรกิจสุกรในประเทศรัสเซีย (โดยบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นใหม่ของ CPF) ทั้งนี้บริษัทเป้าหมายเป็นบริษัทจำกัดที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศรัสเซีย และถือเงินลงทุนทั้งหมดของบริษัทในกลุ่ม APK-Don ซึ่งประกอบธุรกิจเพาะปลูกพืชไร่ ผลิตอาหารสัตว์ เพาะพันธุ์สุกร และฟาร์มสุกร ในประเทศรัสเซีย โดยมีมูลค่ารายการประมาณ 9,900 ล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่าการเข้าทำรายการจะแล้วเสร็จในเดือน ม.ค. 2565 ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพในการขยายธุรกิจสุกรในประเทศรัสเซียของบริษัทฯ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

11

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการโอนกิจการทั้งหมดของบริษัท ซี.พี. รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด (CPRH) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมที่ CPF ถือหุ้นทางอ้อม 20% ผ่านบริษัท ซี.พี. เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด (CPM) ให้แก่ บมจ.สยามแม็คโคร (MAKRO) มูลค่ารวม 43,589 ล้านบาท ด้วยวิธีโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer : EBT) รวมไปถึงหุ้นในบริษัท ซี.พี.รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (CPRD) ซึ่ง CPRH ถืออยู่ในสัดส่วน 99.99% รวมถึงทรัพย์สินอื่น อาทิ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด โดย MAKRO จะออกหุ้นเพิ่มทุนใหม่ให้แก่ CPRH ในจำนวนไม่เกิน 5,010,323,500 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ในราคาเสนอขาย 43.50 บาทต่อหุ้น รวมมูลค่า 217,949 ล้านบาท เพื่อเป็นการชำระค่าตอบแทนสำหรับการโอนกิจการทั้งหมด  การโอนกิจการทั้งหมดครั้งนี้ จะเป็นการส่งเสริมกลยุทธ์และความแข็งแกร่งของบริษัท ในระยะยาวจากการได้รับประโยชน์จากการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ MAKRO และ CPALL เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมค้าปลีก ค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค อันดับ 1 ในระดับภูมิภาคเอเชีย อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสการขายสินค้าของบริษัทฯ ในร้านค้าของ Makro และกลุ่มโลตัสส์ จากกลยุทธ์ของทั้งสองบริษัทที่มุ่งเน้นที่จะจาหน่ายอาหารสดที่มีคุณภาพในร้านค้าเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้นนอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องของเงินลงทุนของบริษัทจากเงินลงทุนในหุ้นของ CPRD ที่ไม่ได้เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มาเป็นเงินลงทุนในหุ้นของ MAKRO ที่มีสภาพคล่องในการซื้อขาย

12

บริษัทฯ เข้าซื้อ Fish Food sp. Z o.o. (Fish Food) และ MaxFish sp. z o.o. (MaxFish) ซึ่งดำเนินธุรกิจอาหารทะเลและประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการค้าและจำหน่ายอาหารทะเลในประเทศโปแลนด์ มูลค่ารายการประมาณ 101 ล้านบาท การเข้าทำรายการดังกล่าวจะเป็นการขยายธุรกิจในประเทศโปแลนด์และเป็นการเพิ่มประเภทสินค้าและฐานสินค้าของบริษัทฯ ต่อไป

พัฒนาการของบริษัทปี 2563
1

คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้เข้าซื้อหุ้นสามัญส่วนที่เหลือทั้งหมดใน Charoen Pokphand Holding (Malaysia) Sdn.Bhd. (CPHM) จากเดิมบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 49.75% เพิ่มขึ้นเป็น 100% โดย CPHM ดำเนินธุรกิจไก่เนื้อครบวงจร ทั้งการผลิตอาหารสัตว์ เลี้ยงไก่ โรงงานแปรรูปเนื้อไก่และผลิตอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานในประเทศมาเลเซีย

2

คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้เข้าลงทุนในกลุ่มเทสโก้เอเชียในสัดส่วน 20% ผ่านบริษัทย่อย บริษัท ซี.พี. เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด (CPM) เพื่อประกอบธุรกิจค้าปลีกภายใต้โดยรายการเข้าซื้อเสร็จสิ้นในวันที่ 18 ธันวาคม 2563

3

คณะกรรมการบริษัทได้มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการเข้าซื้อธุรกิจสุกรในประเทศจีนโดย Chaina Tai Investment Co., Ltd. (CTI) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมในประเทศจีน เพื่อขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจสุกรครบวงจรในประเทศจีน โดยการเข้าซื้อได้เสร็จสิ้นในวันที่ 1 ธันวาคม 2563 CP Foods Capital Limited เพื่อดำเนินกิจการลงทุนของกลุ่มบริษัท

พัฒนาการของบริษัทปี 2564
พัฒนาการของบริษัทปี 2562
1

ซีพีเอฟ เรสเทอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเชน จำกัด (CPF RF) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ลงนามสัญญาซื้อหุ้นและร่วมลงทุนในหุ้นของบริษัท ดัคกาลบี้ กรุ๊ป จำกัด (Dak Galbi) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในไทยที่ประกอบธุรกิจร้านอาหารเกาหลีแบบผัดร้อน (Real Time Cooking) โดย CPF RF จะเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 60%
 

2

ลงทุนในประเทศแคนาดา เข้าถือหุ้นคิดเป็นร้อยละ 50.1 ของจำนวนหุ้นทุ้งหมดของ Hylife Group Holding Ltd. (“ HyLife”)  โดยถือเป็นกิจการร่วมค้าของ CPF และ Itochu Corporation ประกอบธุรกิจสุกรครบวงจรตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ ฟาร์มเลี้ยงสุกร จนถึงธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเนื้อสุกร ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง Hylife เป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเนื้อสุกรแช่เย็นจากประเทศแคนาดา ไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดพรีเมี่ยม

3

ลงทุนเปิดฟาร์มเลี้ยงกุ้งในประเทศสหรัฐอเมริกาจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ ชื่อ Homegrown Shrimp (USA) LLC. ทุนจดทะเบียน 6.6 ล้านเหรียญสหรัฐอมริกา CPF ถือหุ้นร้อยละ 100

4

ลงทุนในธุรกิจกุ้งศรีลังกา  เข้าถือหุ้นเพิ่มทุนในประเทศศรีลังกา เข้าถือหุ้นของ Lotus Aquaculture Lanka (Private) Ltd คิดเป็นร้อยละ75 ของทุนจดทะเบียน โดยประกอบธุรกิจโรงเพาะฟักลูกกุ้ง ฟาร์มกุ้ง และห้องเย็นในประเทศศรีลังกา

5

ลงทุนธุรกิจร้านอาหารในประเทศเวียดนาม เข้าซื้อเงินลงทุนของ AHM Lifestyles Creative Hospitally Co., Ltd. (“AHM”) คิดเป็นร้อยละ 70 ของทุนจดทะเบียนของ AHM ประกอบธุรกิจร้านอาหารในประเทศเวียดนาม โดยมีจุดขายตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

6

จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่เพื่อลงทุนในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศโปแลนด์จัดตั้ง PetRepublic Ltd. (“PetRepublic”)  ในประเทศโปแลนด์ เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง

พัฒนาการของบริษัทปี 2563
พัฒนาการของบริษัทปี 2561
1

มิถุนายน

ร่วมลงทุนในธุรกิจฟาร์มกุ้งและแปรรูปกุ้งในประเทศบราซิล

เข้าซื้อหุ้นสามัญบริษัท Camanor Produtos Marinhos Ltda. (“Camanor”) คิดเป็นร้อยละ 40 ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงของบริษัท Camanor  ซึ่งดำเนินธุรกิจฟาร์มกุ้งและแปรรูปกุ้งขึ้นต้นในประเทศบราซิล 

2

กรกฎาคม

ร่วมลงทุนธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ในประเทศไทย

เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ซีพี ไห่หลาย ฮาร์เบอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นใหม่ มีสัดส่วนการถือหุ้นคิดเป็นร้อยละ 5 ร่วมกับนิติบุคคลไต้หวันร้อยละ 45 และบุคคลธรรมดาร้อยละ 4 และบุคคลธรรมดาร้อยละ 4  โดยจะดำเนินธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟ่ต์านานาชาติ แบรนด์ “Harbour”  ที่ไอคอนสยาม จังหวัดกรุงเทพฯ ในประเทศไทย

3

กันยายน

เปิดโรงเรียนศิลปะการอาหาร “คูลิเนอร์”

CULINEUR School of Culinary Arts and Entrepreneurship

โรงเรียนด้านศิลปะการอาหารที่เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและผู้ประกอบการที่จะก้าวไปสู่มืออาชีพระดับโลก รวมถึงสร้างหัวหน้าครัวหรือเชฟที่สามารถเป็นผู้นำและเจ้าของกิจการที่มีคุณภาพ 

4

พฤศจิกายน

ลงทุนใน FSI  ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตพิซซ่าแบบทานเล่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา

เพื่อประกอบธุรกิจผลิตพิซซ่าแบบแช่แข็ง และพิซซ่าแบบทานเล่น (Pizza Bite) โดยจำหน่ายผ่านช่องทางค้าส่งและผู้ค้าปลีกในทวีปอเมริกาเหนือ รวมถึงผลิตภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า (Private Label)

พัฒนาการของบริษัทปี 2562
พัฒนาการของบริษัทปี 2560
1

"ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดใน Westbridge Food Group Limited (WFGL) ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในประเทศอังกฤษ โดยกลุ่ม WFGL ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายเนื้อสัตว์และอาหารสำเร็จรูป ให้กับลูกค้าที่เป็นร้านค้าปลีก ฟู้ดเซอร์วิส โรงงานผลิตอาหารในสหราชอาณาจักร รวมทั้งกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป 


การได้เข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใน WFGL จะทำให้ซีพีเอฟสามารถขยายเครือข่ายช่องทางการค้าปลีก ฟู้ดเซอร์วิส และกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตสินค้าอาหารในสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปซึ่งมีศักยภาพสูง โดยสินค้าของ WFGL เป็นสินค้าประเภทไก่ กุ้ง ปลา และอาหารสำเร็จรูป ซึ่งสอดคล้องกับธุรกิจของซีพีเอฟ ตลอดจนซีพีเอฟยังได้โควต้าการนำเข้าสินค้าไก่สู่สหภาพยุโรปจากการที่ WFGL มีบริษัทย่อยที่ได้รับโควต้าการนำเข้ามากกว่า 100 แห่ง นอกจากนี้ WFGL ยังมีทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์สูงในธุรกิจการค้าสินค้าอาหารอีกด้วย http://www.westbridgefoods.com/"

2

"ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญ 95% ของบริษัท Paulsen Foods GmbH (PF) ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายเนื้อสัตว์ให้กับลูกค้าฟู้ดเซอร์วิส และผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตสินค้าอาหารในประเทศเยอรมนี รวมทั้งกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป และมีการลงทุนในบริษัทจำนวน 76 แห่งในประเทศเยอรมนี ซึ่งมีโควต้านำเข้าเนื้อสัตว์ปีกและสินค้าที่ทำจากเนื้อสัตว์ปีกสู่สหภาพยุโรป


การได้เข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใน PF จะทำให้กลุ่มซีพีเอฟมีโควต้าการนำเข้าสัตว์ปีกและสินค้าที่ทำจากเนื้อสัตว์ปีกสู่สหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นประมาณ 6,100 ตันต่อปี นอกจากนี้ ยังทำให้กลุ่มซีพีเอฟมีช่องทางการจัดจำหน่ายให้แก่ฟู้ดเซอร์วิสและผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตสินค้าอาหารในประเทศเยอรมนี และกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยสินค้าส่วนใหญ่ที่จะจัดจำหน่ายจะเป็นสินค้าเนื้อสัตว์ปีกจำพวกไก่และเป็ด ซึ่งสอดคล้องกับธุรกิจของกลุ่มซีพีเอฟ http://www.peter-paulsen.de/"

พัฒนาการของบริษัทปี 2561
พัฒนาการของบริษัทปี 2559
1

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญ 100% ของบริษัท Hubei Chia Tai Co., Ltd. ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ พันธุ์สัตว์ และอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ในประเทศจีน

2

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 30% ของหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้วหลังการเพิ่มทุน ของบริษัท Banner Infant Dairy Products Co., Ltd. ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายนมผงสำหรับทารกในประเทศจี

3

 

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 12% ของหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้วหลังการเพิ่มทุน ของบริษัท Qingdao Yi Bang Bio-Engineering Co., Ltd. ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายวัคซีนสำหรับสัตว์ในประเทศจีน

4

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 80% ของบริษัท Norfolk Foods (Private) Limited ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศศรีลังกา ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทาน เช่น ซาโมซ่า ไก่แปรรูป เนื้อสัตว์สอดไส้ชีส และไส้กรอก เป็นต้น ภายใต้ตราสินค้า Crescent โดยมีการจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่าย โรงแรม ร้านอาหาร และร้านค้าปลีกในประเทศศรีลังกา ทำให้บริษัทเข้าสู่ธุรกิจอาหารที่มีศักยภาพในการเติบโต ตลอดจนเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศใกล้เคียง http://www.norfolk.lk/

5

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 60% ของหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วของบริษัท The Foodfellas Limited ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศอังกฤษ ประกอบธุรกิจฟู้ดเซอร์วิส โดยนำเข้าวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อาหารจากทั่วโลก เช่น เนื้อวัว เนื้อแกะ ไส้กรอก ขนมปัง เบเกอรี่ มันฝรั่ง อะโวคาโด โดยจัดจำหน่ายให้ลูกค้ามากกว่า 160 ราย โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารที่รู้จักกันทั่วไปซึ่งมีสาขาทั่วประเทศอังกฤษมากกว่า 15,000 ร้าน ทำให้บริษัทสามารถขยายธุรกิจฟู๊ดเซอร์วิสในประเทศอังกฤษได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเป็นฐานในการขยายธุรกิจในประเทศอื่นๆ ในยุโรป http://www.thefoodfellas.co.uk/

6

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 70% ของหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้ว ของบริษัท Fujian Sumpo Foods Holding Co., Ltd. ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์บก เลี้ยงและจำหน่ายไก่ และผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่ในประเทศจีน

7

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 100% ของบริษัท Bellisio Parent, LLC ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทานแบบ Single Serve ในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ภายใต้ตราสินค้าซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เช่น Michelina’s, Boston Market, Chilli’s และ Atkins ซึ่งจะทำให้ CPF เข้าสู่ตลาดธุรกิจอาหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายของ CPF ในทวีปอเมริกาเหนือ ผ่านเครือข่ายกระจายสินค้าที่มีอยู่ทั่วประเทศ http://www.bellisiofoods.com/

8

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 16.54% ของหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้วหลังการเพิ่มทุน ของบริษัท Ningxia Xiao Ming Animal Husbandry Co., Ltd. ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายลูกไก่ไข่ในประเทศจีน

9

 

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 100% ของบริษัท COFCO Meat (Suqian) Co., Ltd. ซึ่งประกอบธุรกิจเลี้ยงไก่เนื้อและธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่ในประเทศจีน

10

ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญและหุ้นสามัญเพิ่มทุนรวมทั้งสิ้นจำนวน 33% ของบริษัท SuperDrob Zakłady Drobiarsko - Mięsne S.A. ซึ่งประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารในประเทศโปแลนด์ มีผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ ไก่สด ไก่แปรรูปปรุงสุก ไส้กรอก และแฮม ภายใต้ตราสินค้าของบริษัท การเข้าร่วมทุนกับ SuperDrob จะทำให้ซีพีเอฟขยายฐานการผลิตเพื่อตลาดกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป http://superdrob.pl/en/

พัฒนาการของบริษัทปี 2560
พัฒนาการของบริษัทปี 2558
1

เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท CP Chozen Limited(CP Chozen) จำนวน 80%ของหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วของ CP Chozen ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศอังกฤษประกอบธุรกิจร้านอาหารในลักษณะของซุ้มอาหารในประเทศอังกฤษ

2

เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท CJSCPoultry Production Severnayaและบริษัท CJSC Poultry ParentStock Production Woyskovitsy(Severnaya and Woyskovitsy)จำนวน 80% ของหุ้นสามัญที่ออกและ ชำระแล้วของ Severnayaand Woyskovitsy ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศรัสเซียประกอบธุรกิจไก่เนื้อครบวงจร

3

 

เข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท C.P. Cambodia Co., Ltd. (CPC)จำนวน 75% ของหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วของ CPC ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศกัมพูชา ประกอบธุรกิจสัตว์บกครบวงจร

พัฒนาการของบริษัทปี 2559
พัฒนาการของบริษัทปี 2557
1

เข้าซื้อเงินลงทุนทั้งหมด ใน Hefei Chia Tai Co., Ltd. และ Kaifeng Chia Tai Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศจีน ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ในประเทศจีน

2

 

เข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 80.02% ของ Tops Foods NV ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียน จัดตั้งในเบลเยี่ยม ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทานทั้งแบบแช่เย็น (Chilled) และแบบไม่ต้อง แช่เย็น (Ambient) โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตระบบไมโครเวฟ (Microwave System)

3

 

เข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 29.00% ของ BHJ Kalino Food AB ซึ่งเป็นบริษัทที่ จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสวีเดน ประกอบธุรกิจการค้าเนื้อสัตว์และอาหารสำเร็จรูปแช่เย็นและแช่แข็งในประเทศสวีเดน

4

ขายเงินลงทุนในหุ้นสามัญของ C.P. Pokphand Co., Ltd. จำนวน 25.00% ให้แก่ ITOCHU Corporation ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว

5

 

ออกและเสนอขายหุ้นกู้อนุพันธ์ (Exchangeable Bonds) มูลค่ารวม 290.4 ล้านเหรียญสหรัฐให้แก่นักลงทุนในต่างประเทศ โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์

พัฒนาการของบริษัทปี 2558
พัฒนาการของบริษัทปี 2556
1

ลงทุนในบริษัท Russia Baltic Pork Invest ASV ซึ่งถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบธุรกิจสุกรในประเทศรัสเซีย

2

ลงทุนในบริษัท ซีพี-เมจิจำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ทำจากนมภายใต้ตราสินค้า“เมจิ” และ “เมจิ-ไพเกน”

3

ลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารแปรรูปอาหารสำเร็จรูปจากเนื้อสัตว์ และอาหารพร้อมรับประทานในประเทศจีนโดยการลงทุนดังกล่าวเป็นการขยายธุรกิจของ C.P. Pokphand Co., Ltd.ไปสู่ธุรกิจอาหาร

พัฒนาการของบริษัทปี 2557
พัฒนาการของบริษัทปี 2555
1

เริ่มดำเนินธุรกิจศูนย์อาหารในประเทศไทยภายใต้ชื่อ “ซีพี ฟู้ดเวิลด์”

2

เข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 99.99% ของบริษัทเชสเตอร์ฟู้ดจำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย

 

3

 

เข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 74.18% ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจอาหารสัตว์ในประเทศจีนและเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารในประเทศเวียดนาม

4

 

เข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 99.99% ของบริษัทในประเทศมาเลเซีย ซึ่งประกอบธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสุกรโรงชำแหละสุกร และร้านค้าปลีกในประเทศ

พัฒนาการของบริษัทปี 2556
พัฒนาการของบริษัทปี 2554
1

เริ่มดำเนินธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “ซีพีคิทเช่น

2

เริ่มดำเนินธุรกิจค้าปลีกในรูปแบบซูเปอร์คอนวีเนียนสโตร์ ภายใต้ชื่อ“ซีพี เฟรชมาร์ท พลัส”

3

เข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 25% ของบริษัทในประเทศกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ เลี้ยงสัตว์ และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์

พัฒนาการของบริษัทปี 2555
พัฒนาการของบริษัทปี 2553
1

ปรับย้ายหมวดธุรกิจจากหมวด “ธุรกิจการเกษตร” เป็นหมวด “ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม”ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

พัฒนาการของบริษัทปี 2554
พัฒนาการของบริษัทปี 2552
1

เข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 32% ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ เลี้ยงสัตว์และอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์

พัฒนาการของบริษัทปี 2553
พัฒนาการของบริษัทปี 2550
1

ลงทุนในประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์และฟาร์มเลี้ยงสัตว์

พัฒนาการของบริษัทปี 2552
พัฒนาการของบริษัทปี 2549
1

เริ่มผลิตและจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทานภายใต้เครื่องหมายการค้าซีพี ออกจำหน่ายในประเทศไทยและต่างประเทศ

2

ลงทุนในประเทศลาวซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิต และจำหน่ายอาหารสัตว์บก และเลี้ยงสัตว์บก

3

ลงทุนในประเทศรัสเซีย ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์บกและเลี้ยงสัตว์บก

4

เริ่มดำเนินธุรกิจค้าปลีกที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารสด อาหารปรุงสุกและอาหารพร้อมรับประทานภายใต้ชื่อ “ซีพี เฟรชมาร์ท”

พัฒนาการของบริษัทปี 2550
พัฒนาการของบริษัทปี 2548
1

ลงทุนในประเทศมาเลเซียซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจกุ้งครบวงจร

2

เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัทในประเทศอินเดียจาก 19.0%เป็น 71.2% ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์และเลี้ยงสัตว์ในประเทศอินเดีย

3

ซื้อธุรกิจจุดขายอาหารสำเร็จรูปภายใต้ชื่อ “ห้าดาว” ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจจุดขายอาหารในรูปแบบแฟรนไชส์

พัฒนาการของบริษัทปี 2549
พัฒนาการของบริษัทปี 2547
1

ลงทุนในประเทศตุรกีซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์บกและธุรกิจไก่ครบวงจร

พัฒนาการของบริษัทปี 2548
พัฒนาการของบริษัทปี 2545
1

"ลงทุนในประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิต และจำหน่ายอาหารสัตว์และฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ"

2

"ลงทุนในประเทศอังกฤษ ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจ ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารแช่เย็นจำหน่ายในสหภาพยุโรป"

พัฒนาการของบริษัทปี 2547
พัฒนาการของบริษัทปี 2542
1

"เปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน)” พร้อมกับประกาศวิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” (Kitchen of the World)"

2

"เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัทจำกัดที่ดำเนินธุรกิจ เกษตรอุตสาหกรรมและอาหารของเครือ เจริญโภคภัณฑ์จำนวน 9 แห่ง ส่งผลให้กลุ่ม บริษัทซีพีเอฟ มีการดำเนินธุรกิจสัตว์บกและสัตว์น้ำ แบบครบวงจรครอบคลุมไปทั่วทุกภาคของประเทศ"

พัฒนาการของบริษัทปี 2545
พัฒนาการของบริษัทปี 2541
1

เข้าซื้อหุ้นสามัญในบริษัทมหาชนจำกัด ที่ดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในประเทศไทย จำนวน 3 แห่ง

พัฒนาการของบริษัทปี 2542
พัฒนาการของบริษัทปี 2537
1

แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด

พัฒนาการของบริษัทปี 2541
พัฒนาการของบริษัทปี 2530
1

นำหุ้นสามัญเข้าเป็นหลักทรัพย์ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใต้ชื่อย่อว่า “CPF”

พัฒนาการของบริษัทปี 2537
พัฒนาการของบริษัทปี 2521
1

"จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในนาม “บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหารสัตว์ จำกัด” เพื่อผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ ในเขตภาคใต้ของประเทศไทย"

พัฒนาการของบริษัทปี 2530
cpfworldwide.com ใช้คุกกี้บนเว็บไซต์นี้เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)
x