นวัตกรรมในอุตสาหกรรมอาหารไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีหรือห้องวิจัยเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มได้จากองค์ความรู้และประสบการณ์ของคนหน้างานที่เข้าใจกระบวนการผลิต เห็นปัญหา และมองหาแนวทางทำงานที่ดีขึ้น การสร้างระบบที่ช่วยให้ความรู้เหล่านี้ถูกพัฒนา ถ่ายทอด และต่อยอดอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และเสริมความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหาร
ล่าสุด ธุรกิจอาหารสัตว์บก บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และโรงงานอาหารสัตว์บกอีก 12 แห่ง ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO 56001:2024 ระบบการจัดการนวัตกรรม (Innovation Management System – Requirements) ร่วมกันในรูปแบบ Multi-site นับเป็นครั้งแรกของธุรกิจอาหารในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าวครอบคลุมหลายโรงงานภายใต้ระบบเดียวกัน สะท้อนการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมจากระดับหน้างานมาพัฒนาเป็นระบบบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล
นายเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจอาหารสัตว์บก CPF กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรม เปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับนำปัญหา ประสบการณ์ และความรู้จากการทำงานจริง มาทดลอง ปรับปรุง และพัฒนาเป็นผลงานที่นำไปใช้ในการปรับกระบวนการทำงาน พร้อมสร้างระบบให้องค์ความรู้เหล่านี้สามารถถ่ายทอดและต่อยอดระหว่างหน่วยงานและโรงงานได้อย่างต่อเนื่อง
“คนหน้างานคือคนที่เข้าใจกระบวนการทำงานดีที่สุด เราจึงต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้เขาสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่มีมาต่อยอดเป็นแนวคิดใหม่ และพัฒนาให้เกิดผลจริง เป้าหมายคือทำให้นวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำ ไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง”
ปัจจุบัน ธุรกิจอาหารสัตว์บกมี “นวัตกร” มากกว่า 1,000 คน กระจายอยู่ในหลายสายงาน ผ่านการอบรม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการเปิดพื้นที่ให้พนักงานนำเสนอแนวคิด เพื่อร่วมกันปรับปรุงงานและพัฒนากระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในกลไกสำคัญคือ Feed Innovation Week เวทีที่เปิดให้พนักงานนำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยมุ่งเปลี่ยน “แนวคิด” ให้เป็น “ต้นแบบ” และต่อยอดสู่การใช้งาน ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความสูญเสีย บริหารพลังงานและทรัพยากร ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาช่วยสนับสนุนการทำงานในจุดที่เหมาะสม
จากการพัฒนานวัตกรในระดับหน้างาน ธุรกิจอาหารสัตว์บกได้ต่อยอดสู่ระบบบริหารจัดการนวัตกรรมที่ครอบคลุมตั้งแต่ทิศทางองค์กร การจัดการองค์ความรู้ การพัฒนาบุคลากร การบริหารโครงการ ตลอดจนการวัดผลและขยายผลงานระหว่างโรงงาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้โรงงานทั้ง 12 แห่งสามารถดำเนินงานภายใต้กรอบการจัดการนวัตกรรมเดียวกันตามมาตรฐาน ISO 56001:2024
สำหรับธุรกิจอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นน้ำสำคัญของห่วงโซ่อาหาร การต่อยอดองค์ความรู้จากคนหน้างานไปสู่นวัตกรรม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบและพลังงาน ลดความสูญเสีย และสนับสนุนการผลิตอาหารที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น พร้อมเสริมศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารและปศุสัตว์ไทยในระยะยาว




