เกี่ยวกับซีพีเอฟ
เกี่ยวกับซีพีเอฟ
ซีพีเอฟดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารแบบครบวงจร เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพบนมาตรฐานการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและกระบวนการทำงานที่รับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม
เกี่ยวกับซีพีเอฟ สำหรับบุคลากร
ธุรกิจ
ธุรกิจ ซีพีเอฟ
ซีพีเอฟมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการ สะอาดถูกสุขอนามัย ปลอดภัย และตรวจสอบย้อนกลับได้
ภาพรวมธุรกิจ
บรรษัทภิบาล
บรรษัทภิบาล
พัฒนาการความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโต ทางธุรกิจและเติมเต็มความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าร่วมในระยะยาวอย่างยั่งยืน ไปพร้อมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
ภาพรวมการกำกับดูแลกิจการ
our mision
สารถึงผู้ถือหุ้น
บริษัทยังคงพยายามอย่างเต็มกำลังในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร เพื่อเป้าหมายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นักลงทุนสัมพันธ์
นักลงทุนสัมพันธ์
บริษัทมุ่งเน้นที่จะสร้างผลตอบแทนด้วยความใส่ใจให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
นักลงทุนสัมพันธ์ ติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์
ความยั่งยืน
ความยั่งยืน
เพื่อเสริมสร้าง “ศักยภาพและโอกาสการเติมโต“ สู่ “การสร้างคุณค่าร่วมกับทุกภาคส่วน“
sustainability
ซีพีเอฟกับความยั่งยืน
ซีพีเอฟใช้นวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความเป็นเลิศควบคู่ไปกับสร้างความยั่งยืนเพื่อโลกที่ดีกว่าของคนรุ่นถัดไปภายใต้กลยุทธ์ นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (Sustainovation)
สื่อเผยแพร่
สื่อเผยแพร่
ศูนย์ข่าวสารซีพีเอฟ นำเสนอเรื่องราวครอบคลุมทั้งความยั่งยืน นวัตกรรม ข่าวสารอุตสาหกรรม และกิจกรรมอื่นๆ
สื่อเผยแพร่
media-center
สื่อเผยแพร่
ติดตามข่าวสารล่าสุด และเรื่องราวดีๆ จากซีพีเอฟได้ที่นี่
THAI
ซีพีเอฟ แนะหลักการเลี้ยงไก่โดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ  ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของไก่เนื้อไทย
08 มิ.ย. 2559
ซีพีเอฟ แนะหลักการเลี้ยงไก่โดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของไก่เนื้อไทย

ซีพีเอฟแนะหลักการเลี้ยงไก่เนื้อโดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ด้วยการปรับปรุงระบบป้องกันและการดูแลฟาร์มเลี้ยงไก่ที่เคร่งครัด เพื่อป้องกันโอกาสเสี่ยงให้ไก่ป่วย  ผลจากการที่ประสบความสำเร็จการดำเนินการนำร่องไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ พร้อมเดินหน้าฟาร์มทุกแห่งของบริษัทปลอดยาปฏิชีวนะ 

นายสัตวแพทย์ นรินทร์ ร่มลำดวน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สำนักเทคนิคและวิชาการสัตว์บก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า จากการที่ได้ดำเนินโครงการนำร่องการเลี้ยงไก่ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะตั้งแต่ปี 2557 ได้ผลประสบความสำเร็จที่น่าพอใจ สอดคล้องตามนโยบายของบริษัทฯ มีแนวทางการผลิตเนื้อสัตว์ปลอดการใช้ยาปฏิชีวนะ พร้อมเดินหน้าให้ความรู้เจ้าหน้าที่และเกษตรกรในโครงการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรายย่อย (คอนแทร็กฟาร์ม) นำหลักการเลี้ยงไก่ปลอดยาปฏิชีวนะไปใช้ทุกฟาร์ม ตั้งเป้าฟาร์มทุกแห่งทั่วประเทศปลอดการใช้ยาปฏิชีวนะภายในปี 2561

“ซีพีเอฟ พบว่าหลักการการเลี้ยงไก่เนื้อปลอดยาปฏิชีวนะ ที่ได้จากโครงการนำร่องเป็นประโยชน์ต่อการเลี้ยงไก่เนื้อของไทย เพราะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของเนื้อไก่ไทยให้สูงขึ้น และยังมีส่วนช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทางหนึ่ง  ปัจจุบันกระบวนการผลิตไก่เนื้อของไทยได้มาตรฐานระดับโลกและมีการใช้ยาปฏิชีวนะเท่าที่จำเป็นภายใต้การควบคุมของสัตวแพทย์อยู่แล้ว ผ่านการตรวจสอบและรับรองจากกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวด” น.สพ.นรินทร์กล่าว

ปัจจุบัน ฟาร์มทุกแห่งของบริษัทฯ และฟาร์มของเกษตรกรในโครงการส่งเสริมอาชีพฯ ใช้ยาปฏิชีวนะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ใช้เพื่อการรักษาเฉพาะกรณีที่สัตว์ป่วยเป็นไปตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) และอยู่ภายใต้การดูแลและควบคุมโดยสัตวแพทย์ และจะหยุดการใช้ตามข้อกำหนดระยะหยุดยาจนไก่ปลอดจากสารตกค้างก่อนส่งเข้ากระบวนการผลิตเพื่อแปรรูปต่อไป ผ่านการตรวจสอบและรับรองว่าปลอดภัยจากเชื้อดื้อยา จากกรมปศุสัตว์ และประเทศคู่ค้าที่สำคัญ  ได้แก่ สหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง เป็นประเทศที่มีความเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยของอาหารสูงมาก และประเทศไทยกับคู่ค้ามีข้อตกลงร่วมกันในเรื่องระบบการป้องกันการใช้ยาปฏิชีวนะและการตรวจสอบสารตกค้างในอาหาร

หลักการเลี้ยงไก่ปลอดยาปฏิชีวนะ เกษตรกรต้องเริ่มต้นที่การคัดแยกลูกไก่จากฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ที่ไม่มีปัญหาสุขภาพ มีอายุไข่ที่เหมาะสม มีการฆ่าเชื้อไข่ฟัก การจัดการโรงฟักที่ดี จนถึง การบริหารจัดการไก่ภายในโรงเรือนก็เป็นปัจจัยสำคัญต้องมีระบบป้องกันโรค (Biosecurity) ที่เข้มงวด มีการล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรงเรือนก่อนนำไก่เข้าเล้า มีการตรวจสอบเชื้อโรคที่ปนเปื้อนมากับแกลบหรือวัสดุที่ใช้รองพื้นเล้า ระหว่างการเลี้ยง ต้องดูแลอุณหภูมิในโรงเรือนต้องเหมาะสมและทั่วถึงไก่ทุกตัว  มีการเก็บอาหารสัตว์ในที่มิดชิดป้องกันสัตว์และสิ่งปนเปื้อน มีระบบการตรวจสอบที่เข้มงวด 

“หัวใจสำคัญของการเลี้ยงไก่ปลอดการใช้ยาปฏิชีวนะ เกษตรกรต้องเพิ่มการดูแลไก่ในโรงเรือนอย่างใกล้ชิดมากขึ้น รวมถึงต้องไม่ละเลยข้อปฏิบัติเล็กๆ น้อยๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการปนเปื้อนทุกอย่าง ที่ผ่านมา เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ดูแลไก่ในโรงเรือนอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว จึงมั่นใจว่าเกษตรกรสามารถทำได้ และในส่วนของบริษัทฯเอง ยังเน้นการไม่ใช้ยาปฏิชีวนะในพ่อแม่พันธุ์ เพื่อให้มั่นใจว่า ลูกไก่มาจากพ่อแม่พันธุ์ที่ไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะอีกด้วย” น.สพ.นรินทร์กล่าวย้ำ 
        
ขณะเดียวกัน เกษตรกรต้องต้องมีระบบป้องกันที่ดี  มีวิธีการช่วยลดแบคทีเรียก่อโรค และเพิ่มแบคทีเรียที่มีประโยชน์ เป็นการดูแลสุขภาพไก่อย่างดีที่สุด เสริมความสามารถในการย่อยและดูดซึมอาหารของไก่ เพื่อไม่ให้อาหารที่ย่อยและดูดซึมไม่หมดต้องตกค้างจนกลายเป็นอาหารให้เชื้อแบคทีเรียก่อโรค เช่น อีโคไล ซาลโมเนลล่า หรือ คลอสตริเดียม เป็นการป้องกันทุกวิถีทางไม่ให้ไก่มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อใดๆ ทำให้ไก่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ และสามารถดำรงสุขภาพอย่างแข็งแรงได้ตั้งแต่ฟักเป็นตัวกระทั่งเข้าสู่โรงงานแปรรูป โดยตลอดเส้นทางแม้จะไม่มีการใช้ยาแต่ บริษัทฯ ก็ยังคงต้องตรวจสอบยาปฏิชีวนะตกค้าง เพื่อยืนยันให้แน่ใจว่าไม่พบสารตกค้างใดๆ และปลอดภัยต่อผู้บริโภค และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

ในปี 2559 นี้ ทีมเทคนิคและวิชาการของบริษัทฯ เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าหน้าที่ประจำฟาร์ม และเกษตรกรในโครงการส่งเสริมฯ ทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจหลักการการเลี้ยงไก่เนื้อโดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ มั่นใจว่าในปี 2561 จากหลักการและแนวทางที่ดำเนินการกับฟาร์มนำร่องจะช่วยให้ฟาร์มทุกแห่งทั่วประเทศของบริษัทและฟาร์มของเกษตรกรในโครงการสามารถปลอดการใช้ยาปฏิชีวนะได้อย่างแน่นอน

“บริษัทฯ ยังนำความสำเร็จของโครงการนี้ เป็นแนวทางปฏิบัติกับธุรกิจเลี้ยงไก่เนื้อในทุกประเทศที่บริษัทไปลงทุน เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไก่เนื้อให้สูงขึ้น และเป็นที่ยอมรับและมั่นใจของผู้บริโภคทั่วโลก” น.สพ.นรินทร์ย้ำ./

กิจกรรมอื่น ๆ
CPF ทำถึง! คว้า 3 รางวัล BrandAge Awards 2026 จากเสียงผู้บริโภคทั่วประเทศ
26 มี.ค. 2569
CPF ทำถึง! คว้า 3 รางวัล BrandAge Awards 2026 จากเสียงผู้บริโภคทั่วประเทศ
30 โรงงาน CPF รับรางวัล CSR-DIW Continuous Award ร่วมรับผิดชอบสังคมต่อเนื่อง
24 มี.ค. 2569
30 โรงงาน CPF รับรางวัล CSR-DIW Continuous Award ร่วมรับผิดชอบสังคมต่อเนื่อง
ซีพีเอฟ รับรางวัล Thailand Top Company Awards 2026 ตอกย้ำศักยภาพการปรับตัวขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
23 มี.ค. 2569
ซีพีเอฟ รับรางวัล Thailand Top Company Awards 2026 ตอกย้ำศักยภาพการปรับตัวขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
  ซีพีเอฟ  มีกำไร ปี 2568  อยู่ที่ 25,197 ล้านบาท  โต 29  % - ปันผลรวม 1.25 บาทต่อหุ้น สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 
26 ก.พ. 2569
  ซีพีเอฟ  มีกำไร ปี 2568  อยู่ที่ 25,197 ล้านบาท  โต 29  % - ปันผลรวม 1.25 บาทต่อหุ้น สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 
cpfworldwide.com ใช้คุกกี้บนเว็บไซต์นี้เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)
x