เบื้องหลังกลิ่นหอมและรสชาติอันจัดจ้านของเมนูยอดนิยมอย่าง “ผัดกะเพรา” ที่ครองใจผู้บริโภคทั่วประเทศ ไม่ได้มีเพียงแค่ความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์เท่านั้น แต่ยังซ่อนเรื่องราวการเติบโตของ SME ไทยที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดจากการปลูกผักสวนครัวสู่มาตรฐานสากล โดยมี บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เป็นพาร์ทเนอร์ผู้อยู่เคียงข้าง ผลักดันโมเดลความสำเร็จให้ บริษัท ชัยเจริญเฟรช จำกัด พร้อมเครือข่ายเกษตรกรรายย่อยกว่า 100 ราย ก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตกะเพราสดคุณภาพสูงที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับอวกาศ ตอกย้ำความเชื่อมั่นในทุกคำที่บริโภค
8 ปีแห่งความไว้วางใจ จาก ‘คู่ค้า’ สู่ ‘คู่คิด’
ย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีก่อน บริษัท ชัยเจริญเฟรช จำกัด เริ่มต้นธุรกิจผักสดด้วยความตั้งใจ แต่การจะเติบโตในอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย ชัยทวี สมสัญญา กรรมการผู้จัดการ CCF เล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อได้ก้าวเข้ามาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ CPF ว่า สิ่งที่เขาได้รับไม่ใช่เพียงแค่คำสั่งซื้อ แต่คือการมี “พี่เลี้ยง” ที่เข้ามาช่วยรื้อระบบการทำงานใหม่ทั้งหมด ทำให้ปัจจุบัน ชัยเจริญเฟรช มีเครือข่ายเกษตรกรรายย่อยกว่า 100 ราย ในพื้นที่ สิงห์บุรี นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สระแก้ว และกาญจนบุรี ที่ได้รับการพัฒนาทักษะการปลูกกะเพราปลอดสารเคมีตามมาตรฐาน GAP ทำให้เกษตรกรมีรายได้สม่ำเสมอและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
“กะเพราจากฟาร์มของเราถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบหลักในทุกเมนูกะเพราของซีพีเอฟ ไม่ว่าจะเป็นเมนูคลาสสิกอย่าง ข้าวผัดกะเพรา ที่วางจำหน่ายในเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วประเทศ, เมนูสายสุขภาพอย่าง อกไก่นุ่มกะเพรา รวมถึงนวัตกรรมอาหารอย่าง ไส้กรอกข้าวกะเพราไก่ ที่เพิ่งคว้ารางวัล Winner จากเวที THAIFEX – Anuga Taste Innovation Show 2026 มาหมาดๆ ซึ่งการจะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ มาตรฐานต้องสูงและนิ่งมาก ซีพีเอฟจึงเข้ามาช่วยเราวางแผนการปลูกอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้มั่นใจว่ากะเพราทุกใบปลอดสารเคมีตามมาตรฐาน GAP และยกระดับโรงงานคัดตัดแต่งให้ได้มาตรฐาน GHP และ HACCP ซึ่งเป็นบรรทัดฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด” ชัยทวี กล่าว
เปลี่ยนวิถีเกษตรดั้งเดิมสู่มาตรฐาน “Space Food”
ความน่าสนใจของความร่วมมือนี้คือการที่ CPF ทำหน้าที่เป็นผู้ซัพพอร์ตอย่างแท้จริง โดยใช้ความเชี่ยวชาญระดับองค์กรใหญ่มาปรับใช้กับ SME ได้อย่างลงตัว:
- สร้างความมั่นคงให้เกษตรกร: ร่วมกันสนับสนุนเกษตรกรรายเล็กอีกกว่า 100 ราย ใน 6 จังหวัด ให้เปลี่ยนมาปลูกกะเพราปลอดสารเคมีตามมาตรฐาน GAP ไม่เพียงแต่ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ แต่ยังทำให้เกษตรกรมีสุขภาพที่ดีขึ้น และมีรายได้ที่แน่นอนและมั่นคงสม่ำเสมอในทุกเดือน
- นวัตกรรมจากส่วนเหลือทิ้ง (Zero Waste): ไม่ปล่อยให้กิ่งก้านหรือดอกกะเพราที่เหลือจากการตัดแต่งต้องสูญเปล่า แต่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนา นำส่วนเหลือเหล่านั้นไปสกัดเป็น “น้ำมันหอมระเหย” และสารให้กลิ่นรส เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรไทยอย่างคุ้มค่าที่สุด
- เป้าหมายคือ “ครัวของโลก”: ด้วยการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและการตรวจสอบคุณภาพที่เข้มข้น ทำให้วันนี้กะเพราจากชัยเจริญเฟรชและเกษตรกรรายย่อยในสังกัด กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญในเมนูอาหารของ CPF ที่ส่งออกไปทั่วโลก รวมถึงการได้รับมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงระดับเดียวกับที่นักบินอวกาศรับประทาน
ความภูมิใจของ SME ไทย บนมาตรฐานระดับโลก
ความสำเร็จของชัยเจริญเฟรชและเครือข่ายเกษตรกรทั้ง 6 จังหวัด เป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า SME และเกษตรกรรายย่อยของไทยสามารถเติบโตไปสู่มาตรฐานโลกได้หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่ถูกจุด จนสามารถผลิตวัตถุดิบที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดที่สุดในโลกได้ปลอดภัยระดับอวกาศ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เข้มงวดที่สุดในโลก
“ความภูมิใจของเราคือการได้เห็นกะเพราที่ปลูกโดยคนไทย ไปวางจำหน่ายบนชั้นวางสินค้าทั่วโลกและได้รับรางวัลระดับนานาชาติ สิ่งนี้เกิดขึ้นได้เพราะซีพีเอฟที่เชื่อมั่นในศักยภาพของ SME และพร้อมจะเติบโตเคียงข้างไปกับเราอย่างยั่งยืน” นายชัยทวี กล่าวทิ้งท้าย
ซีพีเอฟ กับพันธกิจเคียงข้างพาร์ทเนอร์
ปัจจุบัน ซีพีเอฟยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนโครงการ “Partner to Grow เติบโต เคียงข้าง อย่างยั่งยืน” เพื่อเป็นแรงผลักดันสำคัญในการเฟ้นหาและยกระดับผู้ประกอบการ SME ไทยที่มีศักยภาพ โดยมุ่งถ่ายทอดเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ระดับสากล เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และเปิดประตูสู่โอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ระบบอุตสาหกรรมอาหารไทย พร้อมยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศให้โดดเด่นในเวทีโลก และสร้างรายได้ที่มั่นคงกลับคืนสู่ชุมชนและเกษตรกรไทยอย่างแท้จริง




