เกี่ยวกับซีพีเอฟ
เกี่ยวกับซีพีเอฟ
ซีพีเอฟดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารแบบครบวงจร เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพบนมาตรฐานการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและกระบวนการทำงานที่รับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม
เกี่ยวกับซีพีเอฟ สำหรับบุคลากร
ธุรกิจ
ธุรกิจ ซีพีเอฟ
ซีพีเอฟมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการ สะอาดถูกสุขอนามัย ปลอดภัย และตรวจสอบย้อนกลับได้
ภาพรวมธุรกิจ
การกำกับดูแลกิจการ
การกำกับดูแลกิจการ
พัฒนาการความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโต ทางธุรกิจและเติมเต็มความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าร่วมในระยะยาวอย่างยั่งยืน ไปพร้อมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
ภาพรวมการกำกับดูแลกิจการ
our mision
สารถึงผู้ถือหุ้น
บริษัทยังคงพยายามอย่างเต็มกำลังในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร เพื่อเป้าหมายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นักลงทุนสัมพันธ์
นักลงทุนสัมพันธ์
บริษัทมุ่งเน้นที่จะสร้างผลตอบแทนด้วยความใส่ใจให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
นักลงทุนสัมพันธ์ ติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์
ความยั่งยืน
ความยั่งยืน
เพื่อเสริมสร้าง “ศักยภาพและโอกาสการเติมโต“ สู่ “การสร้างคุณค่าร่วมกับทุกภาคส่วน“
ซีพีเอฟกับความยั่งยืน
sustainability
ซีพีเอฟกับความยั่งยืน
ซีพีเอฟขับเคลื่อนธุรกิจบนหลักความรับผิดชอบต่อสังคมสู่ความยั่งยืนภายใต้ 3 เสาหลัก “อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน และดินน้ำป่าคงอยู่“
สื่อเผยแพร่
สื่อเผยแพร่
ศูนย์ข่าวสารซีพีเอฟ นำเสนอเรื่องราวครอบคลุมทั้งความยั่งยืน นวัตกรรม ข่าวสารอุตสาหกรรม และกิจกรรมอื่นๆ
สื่อเผยแพร่
media-center
สื่อเผยแพร่
ติดตามข่าวสารล่าสุด และเรื่องราวดีๆ จากซีพีเอฟได้ที่นี่
THAI
06 ม.ค. 2564
ปีฉลู หมูไทยยังไฟแรง

“ตลอดปี 2563 เป็นปีที่อุตสาหกรรมหมูทั่วโลก ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรค ASF ในสุกร หรืออหิวาต์หมู สถานการณ์นี้เอง สะท้อนให้เห็นภาพความร่วมมืออย่างจริงจังของผู้เกี่ยวข้องในวงการสุกรไทยในทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน ที่ช่วยกันเฝ้าระวังและป้องกันอย่างเข้มแข็ง ทำให้ไทยเป็นประเทศเดียวในเอเชียที่คงสถานะปลอดโรค ASF จนถึงปัจจุบัน ช่วยตอกย้ำถึงมาตรฐานการผลิต และความปลอดภัยทางอาหารของหมูไทยได้เป็นอย่างดี ทำให้ช่วงที่ผ่านมา เรามีออเดอร์จากต่างประเทศเข้ามาอย่างต่อเนื่อง”


นายสัตวแพทย์ วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ บอกถึงการร่วมมือร่วมใจกันป้องกันโรค ASF ของไทย จนเรากลายเป็นหนึ่งเดียวในเอเชียที่ปลอดโรคนี้โดยสิ้นเชิง...สำหรับปริมาณการผลิตหมูของไทยในปี 2563 มีผู้ประกอบการฟาร์มสุกรครบวงจร และเกษตรกรรายย่อยทั้งประเทศประมาณ 200,000 ฟาร์ม กำลังการผลิตรวมปีละกว่า 22 ล้านตัว เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่การผลิตอยู่ที่ 20.43 ล้านตัว


ปริมาณการผลิตขยายตัวตามราคาหมู ที่จูงใจให้เกษตรกรเพิ่มการผลิตขึ้น หลังจากช่วงกลางปี 2562 ราคาตกต่ำเป็นอย่างมากจากภาวะโอเวอร์ซับพลาย ผลผลิตเกินความต้องการ ประกอบกับปัจจัยเสริมจากความวิตกกังวลเรื่องโรค ASF ทำให้เกษตรกรทั้งรายย่อย รายกลาง และรายใหญ่ ต่างระมัดระวังในการเลี้ยงมากขึ้น โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย ที่ขาดทุนสะสมมานานกว่า 3 ปีก่อนหน้านี้


แต่เมื่อปริมาณหมูในภาพรวมลดลง ราคาพลิกกลับมาดีขึ้น เกษตรกรจึงหันมาเพิ่มการผลิตรองรับความ ต้องการบริโภค ขณะเดียวกัน ก็บริหารจัดการฟาร์มและป้องกันโรคระบาดได้เป็นอย่างดี ทำให้ประสิทธิภาพในการเลี้ยงสุกรเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น โดยการผลิตหมูของไทยเป็นการผลิตเพื่อรองรับการบริโภคภายในประเทศเป็นหลักประมาณ 97% ขณะที่ความต้องการบริโภคของคนไทยอยู่ที่ 1.49 ล้านตัน ในปี 2563 เพิ่มขึ้น 0.68% จากปี 2562 โดยการผลิตสุกรยังคงเพียงพอกับการบริโภคภายในประเทศ ไม่เคยมีปัญหาขาดแคลน


อย่างไรก็ตาม ราคาหมูตลอดทั้งปียังมีความผันผวน และต้องพบกับความท้าทายเมื่อโควิด-19 มีการระบาดในช่วงกุมภาพันธ์ กระทบต่อการท่องเที่ยวและการจับจ่าย ยิ่งเมื่อรัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ ปิดสถานที่เสี่ยง ทำให้ราคาขายหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มเริ่มเข้าสู่ภาวะตกต่ำ กระทั่งเริ่มทยอยปลดล็อกดาวน์ในช่วงพฤษภาคม ความต้องการบริโภคจึงกลับมาคึกคักขึ้น


ประกอบกับขณะนั้นยังอยู่ในช่วงฤดูร้อน อากาศร้อนแปรปรวน และภัยแล้ง ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตภาพรวมเสียหายกว่า 10% ราคาหมูจึงฟื้นตัวได้อีกครั้ง และประคองตัวมาได้ หากแต่ต้นทุนการเลี้ยงก็ปรับขึ้นเป็นเงาตามตัว ทั้งจากการลงทุนระบบไบโอซีเคียวในฟาร์มเพื่อป้องกันโรค ASF และโรค PRRS ตลอดจนปัญหาภัยแล้งอากาศแปรปรวน แต่สมาคมฯและเกษตรกรทั่วประเทศ ก็ยังคงยืนหยัดราคาหน้าฟาร์มไม่เกิน กก.ละ 80 บาท ตามที่กรมการค้าภายในขอความร่วมมือ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งช่วยเหลือค่าครองชีพแก่คนไทยฝ่าวิกฤติโควิด-19


สำหรับการส่งออกขยายตัวจากความต้องการของประเทศเพื่อนบ้านในแถบเอเชีย โดยเฉพาะ จีน เวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา ที่ประสบปัญหา ASF ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอกับการบริโภคภายในประเทศ และราคาสุกรมีชีวิตเพิ่มขึ้น 2–3 เท่าตัว จากภาวะปกติ ตามกลไกตลาด จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าจากไทย ทั้งในส่วนของหมูพันธุ์ หมูขุน และเนื้อหมู


สำหรับคาดการณ์อุตสาหกรรมหมูในปี 2564 แม้จะมีความท้าทายจากวิกฤติโควิด-19 และสถานการณ์ ASF ที่ยังพบการระบาดในประเทศต่างๆรอบไทย แต่แนวโน้มภาพรวมยังคงสดใส จากความต้องการบริโภค ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นทั้งในไทยและภูมิภาคเอเชีย ขณะที่ปริมาณการผลิตน่าจะใกล้เคียงกับปีนี้ จากภาวะโรค ASF และ PRRS ที่ยังต้องเฝ้าระวัง และเกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงลดความเสี่ยง ด้วยการเลี้ยงสุกรบางลง ไม่เต็มกำลังการผลิต สอดคล้องกับการผลิตหมูทั่วโลกที่ลดลงเหมือนกันทั่วโลก ฉะนั้นจึงเชื่อว่าหมูจะยังคงเป็นสินค้าปศุสัตว์เดียวที่เหลืออยู่ ที่จะสามารถนำเงินตราเข้าประเทศได้ในวิกฤติโควิด-19


แต่ทุกอย่างขึ้นกับว่า ทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมหมูไทย ทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร จะยังคงจับมือเหนียวแน่น เพื่อตั้งค่ายกลป้องกัน ASF ที่แข็งแกร่ง เหมือนที่เป็นอยู่ได้หรือไม่.


ที่มา : https://www.thairath.co.th/news/local/2006540

กิจกรรมอื่น ๆ
31 มี.ค. 2564
เนื้อแปรรูปไม่ใช่ผู้ร้าย เพียงรู้และเข้าใจ บริโภคอย่างปลอดภัย
09 ก.พ. 2564
กรมปศุสัตว์ย้ำเนื้อสัตว์ปลอดภัย ปลอดโควิด แนะเลือกซื้อแหล่งมาตรฐาน สังเกตสัญลักษณ์ "ปศุสัตว์ OK" เน้นทานอาหารปรุงสุกเท่านั้น
29 ม.ค. 2564
เนื้อสัตว์ปรุงสุกทานได้ปลอดภัย ย้ำ!! อาหารไม่ใช่แหล่งแพร่โควิด-19
14 ม.ค. 2564
ย้ำสุกรในไทยไม่เคยพบไวรัส G4 หรือไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่
cpfworldwide.com ใช้คุกกี้บนเว็บไซต์นี้เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)
x