เกี่ยวกับซีพีเอฟ
เกี่ยวกับซีพีเอฟ
ซีพีเอฟดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารแบบครบวงจร เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพบนมาตรฐานการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและกระบวนการทำงานที่รับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม
เกี่ยวกับซีพีเอฟ สำหรับบุคลากร
ธุรกิจ
ธุรกิจ ซีพีเอฟ
ซีพีเอฟมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการ สะอาดถูกสุขอนามัย ปลอดภัย และตรวจสอบย้อนกลับได้
ภาพรวมธุรกิจ
การกำกับดูแลกิจการ
การกำกับดูแลกิจการ
พัฒนาการความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโต ทางธุรกิจและเติมเต็มความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าร่วมในระยะยาวอย่างยั่งยืน ไปพร้อมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
ภาพรวมการกำกับดูแลกิจการ
our mision
สารถึงผู้ถือหุ้น
บริษัทยังคงพยายามอย่างเต็มกำลังในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร เพื่อเป้าหมายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นักลงทุนสัมพันธ์
นักลงทุนสัมพันธ์
บริษัทมุ่งเน้นที่จะสร้างผลตอบแทนด้วยความใส่ใจให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
นักลงทุนสัมพันธ์ ติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์
ความยั่งยืน
ความยั่งยืน
เพื่อเสริมสร้าง “ศักยภาพและโอกาสการเติมโต“ สู่ “การสร้างคุณค่าร่วมกับทุกภาคส่วน“
ซีพีเอฟกับความยั่งยืน
sustainability
ซีพีเอฟกับความยั่งยืน
ซีพีเอฟขับเคลื่อนธุรกิจบนหลักความรับผิดชอบต่อสังคมสู่ความยั่งยืนภายใต้ 3 เสาหลัก “อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน และดินน้ำป่าคงอยู่“
สื่อเผยแพร่
สื่อเผยแพร่
ศูนย์ข่าวสารซีพีเอฟ นำเสนอเรื่องราวครอบคลุมทั้งความยั่งยืน นวัตกรรม ข่าวสารอุตสาหกรรม และกิจกรรมอื่นๆ
สื่อเผยแพร่
media-center
สื่อเผยแพร่
ติดตามข่าวสารล่าสุด และเรื่องราวดีๆ จากซีพีเอฟได้ที่นี่
THAI
ซีพีเอฟเชื่อว่าการมีส่วนร่วมในการสนับสนุนด้านกฎระเบียบช่วยส่งเสริมความยั่งยืนของธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร อันนำมาซึ่งการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดต่างประเทศ ซีพีเอฟจึงยึดถือการช่วยพัฒนานโยบาย กฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ เป็นหนึ่งในความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศที่บริษัทดำเนินกิจการ ซึ่งเป็นการสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนอีกทางหนึ่ง บริษัทมีส่วนร่วมกับองค์กรและสมาคมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมและการค้า เช่น สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม อย่างสม่ำเสมอในรูปของการสนับสนุนค่าสมาชิกและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในปี 2564 บริษัทได้สนันสนุนองค์กรและสมาคมเหล่านี้เป็นค่าสมาชิกทั้งสิ้น 6,515,265 บาท
ซีพีเอฟเป็นกลางทางการเมือง บริษัทมีกระบวนการชัดเจนในการสนับสนุนทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นในรูปของเงินหรือสินทรัพย์ แต่การกระทำเหล่านั้นต้องโปร่งใสและไม่ขัดต่อนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นของบริษัท ในปี 2564 บริษัทไม่มีการสนับสนุนการรณรงค์ทางการเมืองหรือองค์กรทางการเมือง
จำนวนเงินค่าสมาชิกสำหรับการเข้าร่วมสมาคมการค้า
2561
(บาท)
2562
(บาท)
2563
(บาท)
2564
(บาท)
การวิ่งเต้นเพื่อเปลี่ยนแปลง, โน้มน้าว หรืออย่างอื่นที่คล้ายกัน 0 0 0 0
การรณรงค์หาเสียงระดับท้องถิ้น ภูมิภาค หรือประเทศ / สมาคม / ผู้สมัคร 0 0 0 0
สมาคมการค้าหรือกลุ่มที่ได้รับการยกเว้นภาษี (เช่น กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ) 7,239,084 7,320,838 7,604,842 6,515,265
อื่นๆ (เช่น การใช้จ่ายที่เกี่ยวกับมาตรการการลงคะแนนเสียงหรือประชามติ) 0 0 0 0
รวม 7,239,084 7,320,838 7,604,842 6,515,265
จำนวนเงินสนับสนุนค่าสมาชิกองค์กรภายนอกและสมาคมต่างๆ 3 อันดับแรกในปี 2564
ชื่อองค์กรและสมาคม รายละเอียด บาท
1 สมาคมผู้ผลิตเพื่อการส่งออกไทย สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทยก่อตั้งเมื่อปี พ. ศ. 2534 เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานควบคุมและให้บริการสำหรับผู้ผลิตและส่งออกเนื้อไก่จำนวนมาก สมาชิกสมาคมทั้งหมดเป็นผู้นำในการผลิตและส่งออกของไทยซึ่งมีประวัติอันยาวนานหลายสิบปีในอุตสาหกรรมไก่ สมาคมฯเป็นที่รู้จักดีในฐานะผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไก่ เกรดพรีเมี่ยมแก่ลูกค้าทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ ตะวันออกกลาง ประเทศในสหภาพยุโรป แอฟริกาใต้ เป็นต้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.thaipoultry.org/?p=home&lang=TH 4,052,259
2 สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เริ่มต้นจากการรวมตัวของกลุ่มพ่อค้าวานิชที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการร่วมมือในการพัฒนาวงการปศุสัตว์ไทย จัดตั้งชมรมผู้ผลิตอาหารสัตว์ และพัฒนาสถานะของชมรมเป็น สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย และได้ขึ้นทะเบียนตามระเบียบของกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2521 มีวัตถุประสงค์หลักคือ การเป็นศูนย์กลางความร่วมมือของผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยในการแก้ปัญหาต่างๆ ของธุรกิจอาหารสัตว์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคปศุสัตว์ไทย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.thaifeedmill.com/ 1,871,431
3 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้รับการยอมรับทั่วไป ในฐานะตัวแทนภาคอุตสาหกรรม ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐบาล ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร เสริมสร้างความเข้มแข็ง และผลิตภาพอุตสาหกรรมไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของไทยให้ยั่งยืน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.fti.or.th/ 182,056
ซีพีเอฟได้มีส่วนร่วมกับองค์กรและสมาคมที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของสังคม ในฐานะกลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร บริษัทมุ่งเน้นการขับเคลื่อนเรื่องการผลิตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับเรื่อง มาตรฐานน้ำทิ้งของโรงชำแหละซึ่งไม่รวมสัตว์น้ำและมาตรฐานการประมงยั่งยืนระดับสากล ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจหลักของบริษัท
  • ภาคีปศุสัตว์และสัตว์น้ำไทยเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน:
    ภาคีปศุสัตว์และสัตว์น้ำไทย (Thai Livestock and Aquatic Consortium หรือ TLAC) ก่อตั้งในเดือนตุลาคม 2564 เพโดยความร่วมมือระหว่างซีพีเอฟและ 14 สมาคมและนักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมปศุสัตว์และสัตว์น้ำ เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์จากภาคปศุสัตว์และสัตว์น้ำไทยเพื่อตอบสนองประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนประกอบด้วยด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ความเคลื่อนไหวในการประชุม COP26 ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ซึ่งทำให้ข้อกำหนดด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์และความหลากหลายทางชีวภาพของสินค้านำเข้าได้แก่ สินค้าทางการเกษตรและจากภาคปศุสัตว์เข้มข้นขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งในมาตรการกีดกันทางการค้าที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเหล่านี้ ภาคีปศุสัตว์จึงร่วมมือกันเพื่อเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายและการปรับปรุงนโยบายให้มีความคล่องตัวต่อการค้าระหว่างประเทศ อีกทั้งเพิ่มขีดความแข่งขันในตลาดต่างประเทศ ในการเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือดังกล่าว ซีพีเอฟได้ส่งเสริมความร่วมมือหลากหลายด้านเพื่อความยั่งยืนในภาคอุตสาหกรรม เน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุตสาหกรรมปศุสัตว์และสัตว์น้ำภายในปี 2583 ซึ่งช่วยสนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero emissions) ของประเทศ หนึ่งในความร่วมมือดังกล่าวได้แก่ การลงนามความร่วมมือโครงการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทย (Thai Livestock Technical Consortium for Climate Neutrality, LCCN) กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) แนวทางการดำเนินงานประกอบด้วย การจัดทำข้อมูลปีฐาน การวิเคราะห์วัฎจักรชีวิต และการวัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Gas chromatography) และการศึกษาการประยุกต์การดักจับก๊าซด้วยเทคโนโลยี Carbon Capture, Utilization and Storage (CCUS) เพื่อจัดการก๊าซมีเทน NOx และ CO2 ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการปศุสัตว์ ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันและเตรียมพร้อมต่อกฎระเบียบด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่อาจเข้มงวดขึ้นในอนาคตและเป็นมาตรการกีดกันทางการค้าของสินค้าส่งออก ไม่เพียงเต่เป็นสมาชิกที่เป็นผู้นำในกลุ่ม บริษัทยังให้การสนับสนุนทางการเงินประมาณ 300,000 บาท
  • มาตรฐานการประมงยั่งยืนระดับสากล (IFFO Global Standard for Responsible Supply (IFFO RS) or MarinTrust):
    บริษัทไม่ได้มีเรือประมงแม้แต่ลำเดียวและมิได้เป็นผู้ผลิตปลาป่น อย่างไรก็ตามบริษัทต้องการทำให้มั่นใจว่าปลาป่นซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลักของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำได้มีการจัดหามาจากแหล่งที่มีความยั่งยืน โดยส่วนใหญ่ปลาป่นมาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แหล่งที่มีสัตว์น้ำและมีการประมงอวนลากสำหรับสัตว์น้ำหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งมีความซับซ้อนและความยากในจัดการยากมากกว่าการประมงสำหรับสัตว์น้ำสายพันธุ์เดียว อีกทั้งยังขาดมาตรฐานการประมงที่ยั่งยืนที่เหมาะสมด้วย ยิ่งไปกว่านั้นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาปลาป่นนั้นมักจะเป็นประเด็นด้านแรงงาน บริษัทในนามสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Thai Sustainable Fisheries Roundtable หรือ TSFR ซึ่งประกอบด้วย 8 สมาคมธุรกิจด้านสัตว์น้ำ ที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทานการประมงไทย จึงได้ริเริ่มการดำเนินโครงการสำหรับประมงอวนลากของไทยในเขตอันดามันและอ่าวไทยเพื่อให้เกิดการพัฒนาแนวทางสำหรับการจัดการการประมงอวนลากสำหรับสัตว์น้ำหลากหลายสายพันธุ์ ให้เกิดความรับผิดชอบและยั่งยืนต่อทรัพยากรทางทะเล โดยร่วมมือกับองค์กรสากลด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเขตอ่าวไทยนั้นได้ร่วมมือกับ MarinTrust Standard ซึ่งเป็นโปรแกรมระหว่างประเทศสำหรับการให้การรับรองส่วนประกอบจากผลิตภัณฑ์จากทะเล หรือ IFFO Global Standard for Responsible Supply (IFFO RS) (เดิม) เพื่อจัดทำมาตรฐานประมงอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งจะเป็นมาตรฐานแรกของโลกด้านการประมงที่ยั่งยืนระดับสากลที่เหมาะสมการประมงสัตว์น้ำหลากหลายสายพันธุ์ และหากมีการประกาศใช้มาตรฐานดังกล่าวซีพีเอฟและผู้ผลิตอาหารสัตว์รายอื่นจะสามารถจัดหาปลาป่นที่มีที่มาในการผลิตอย่างยั่งยืน ในปี 2564 TSFR ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาทำการประเมินและจัดทำแผนดำเนินการด้านการประมงเพื่อนำเสนอต่อผู้มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมการประมง หัวข้อการวิจัยประกอบด้วย “แนวทางการพัฒนาการประมงอวนลากอย่างยั่งยืนในอ่าวไทยตามมาตรฐานสากล” TSFR ยังสนับสนุนงบประมาณและบุคลากรร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ดำเนินการศึกษาความเสี่ยงของการประมงอวนลากต่อระบบนิเวศและสายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ การศึกษานี้จะเป็นประโยชน์ไม่เพียงแต่กับซีพีเอฟ แต่ยังมีประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมการประมงไทยทั้งหมด ในปี 2564 บริษัทยังได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายประมาณ 240,000 บาท
การดำเนินการ
cpfworldwide.com ใช้คุกกี้บนเว็บไซต์นี้เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)
x